Categories
สถานที่หลอน เรื่องหลอน

วิญญาณนักศึกษาสาวตายทั้งกลมในหอพัก

ตอนผมพบเจอกับประสบการณ์นี้ ผมอาศัยอยู่ที่หอพักย่านศาลายากับแฟนสาว
หอพักแห่งนี้เป็นหอพักที่ราคากลางๆ แหล่งรวมนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยมาอาศัยกัน
แต่แปลกหอพักแห่งนี้ไม่มีคนรู้จักหรือเพื่อนผมอยู่เลยสักคน
เราเข้าอาศัยวันแรกก็เริ่มทำความสะอาดจัดข้าวของต่างๆ พอเราทำไปสักพักก็ไปพบกับ
เหรียญสิบบาทที่วางอยู่เรียงรายใต้เตียง เรานำเหรียญเหล่านั้นออกมานับได้จำนวนทั้งสิ้น 180 บาท (ผมและแฟนนับถือศาสนาคริสต์โรมันคาทอลิค เลยไม่ได้เข้าใจถึงความเชื่อตรงนี้ )
ก็เลยนำเหรียญทั้งหมดไปหยอดตู้ซักผ้าไมได้คิดอะไร

เรื่องราวทั้งหมดดำเนินผ่านไปอย่างปกติ จนกระทั่งคืนหนึ่งผมฝันว่า ผมอยู่ในห้องที่ผมนอน
แต่ในห้องมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้จักนั่งอยู่ตรงปลายเท้า เธอพยายามพูดแต่พูดไม่เป็นภาษา
เสียงที่เธอกล่าวออกมาเป็นประมาณนี้ “จาจาจาจ๊ะ จะ จ๊ะจา” วกวนไปมา ผมพยายามถาม
พยายามฟังแต่ก็ไม่เข้าใจว่าเธอจะสื่ออะไร เมื่อเธอพูดเสร็จ เธอลุกยืนและเดินพุ่งเข้ามา
ผ่านตัวผมไป ผมสะดุ้งตื่นผวากับสิ่งที่ฝัน จึงลืมตาขึ้นมาเพื่อปรับอารมณ์
ในตอนนั้นเวลาตีสองกว่า (ผมนอนตะแครงข้างหลังติดกำแพงห้องน้ำ หน้าหันไปทางแฟน
แฟนผมและผมหันหน้ามาชนกัน) แฟนผมนอนหันหลังให้กับตู้เสื้อผ้า ซึ่งด้านหน้าของตู้
เป็นกระจกบานใหญ่สะท้อนเงาได้ทั้งห้องรวมถึงห้องน้ำด้วย

ผมนอนปรับสายตาและมองกระจกอยู่สักพักจนเห็นเงาแปลกๆขยับอยู่ตรงห้องน้ำ
เพ่งสายตาปรับภาพอยู่เวลาหนึ่ง สิ่งที่ผมเห็นคือ มีมือมือหนึ่งจับขอบประตูห้องน้ำ
มือนั้นพยายามเหมือนออกแรงลากร่างตัวเองออกมา ผมไม่ทราบว่าเป็นหญิงหรือชาย
ในตอนนั้นตกใจมาก็เลยลุกขึ้นวิ่งไปเปิดไฟห้องน้ำแต่ก็ไม่พบเจออะไร
แฟนผมถามว่ามีอะไรหรือเปล่า? ผมพูดไม่ได้เลยครับเพราะตัวแฟนเองนั้นกลัวผีขั้นสุด
เลยบอกไปว่าปวดท้องหนัก แล้ววันนั้นก็ผ่านไป

และคืนหนึ่งผมก็สะดุ้งตื่นเพราะฝันเหมือนเดิม สิ่งที่ผมฝันก็เหมือนเดิม แล้วผมก็มองไปทางเดิม
ตู้เสื้อผ้า เวลาเดิมคือตีสองกว่า สิ่งที่กลัวที่สุดในตอนนั้นคือมันจะเหมือนเดิม เวลาผ่านไปสักพัก
ก็ยังไม่มีอะไรแปลก แต่ผ้าม่านที่เป็นริ้วๆ อยู่ตรงระเบียงนั้นขยับ พริ้วไปมาอย่างน่ากลัว
สิ่งที่ผมเห็นได้ชัดมากคือ มีหน้าคนหน้าหนึ่ง ซ้อนและดันผ้าม่านออกมาเป็นรูปใบหน้า
ผมอึ้งและมองตรงนั้นไปถึงเช้าโดยที่จำไม่ได้ว่าผมรู้สึกตัวได้อย่างไร ผมก็เลยนำเรื่องราวนี้
ไปเล่ากับเพื่อน เพื่อนจึงบอกว่างั้นเอาสิ่งที่นับถือไปวางไว้ที่เตียง ผมจึงนำไม้กางเขน
ไปวางไว้ที่หัวเตียง หลังจากนั้นก็ไม่พบเจออะไรอีก

เหมือนจะจบ แต่ยังเหลืออีกเหตุการณ์หนึ่ง เพื่อนที่ขอไปนอนห้องผมพบเจอมา
เพื่อนชายผมชื่อ นุ นุเป็นนักดนตรีกลางคืน ละจะมาเล่นดนตรีแถวหอพักผมจึงขอมานอน
ในวันที่นุมานอน ผมและแฟนแยกย้ายกันกลับบ้าน นุจึงต้องนอนคนเดียวที่ห้อง
ในวันนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเพื่อนมากมาย แต่เมื่อถึงเวลาตีสาม นุก็โทรมาหาผม
พร้อมกับเสียงที่สั่นฟังไม่รู้เรื่องว่าจะพูดไร มันจึงบอกว่า
“เดี๋ยวเช้ากูเล่าให้ฟัง” และแล้วมันก็โทรมา นุเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนกูเล่นดนตรีเสร็จ
ประมาณเที่ยงคืนกว่า ก็กลับมาที่ห้อง อาบน้ำนอนปกติ สะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตูกระจก
ตรงระเบียงห้อง พอไปดูก็ไม่เจออะไรกูคิดว่าเป็นนกมาทำรัง เลยกลับมานอนต่อ
สักพักได้ยินเสียงเดิมอีก พอลุกไปดูก็ไม่เจออะไร เป็นแบบนี้ประมาณ 5 ครั้ง
จนครั้งสุดท้ายทนไม่ไหวเลยเปิดไปดูด้านนอกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ในขณะที่เปิดประตูกระจกนั้น
ประตูหน้าห้องก็มีเสียงคนเคาะดังมาก กูเลยรีบวิ่งไปเปิดประตู เห็นเป็น นักศึกษาหญิงใส่ชุดเต็ม
ยืนอยู่ กูก็เลยถามว่า มาให้ใครหรือเปล่าครับ ผู้หญิงคนนั้นก้มหน้าไม่พูดสักพักหันหลัง
วิ่งลงบันใดหนีไฟไป กูเลยจำที่บอกได้ว่ามึงไม่มีเพื่อนอยู่หอนี้ กูเลยหลอนกลับบ้านเลย”

จนถึงวันที่ผมย้ายออก เตรียมตัวเก็บข้าวของกันเรียบร้อย แต่ผมกับแฟนเราสองคน
รีดผ้าบนเตียงเลยทำให้เตียงไหม้เป็นจุดๆ ผมเลยบอกว่างั้นกลับด้านเตียงตอนที่เขามาตรวจ
จะได้ไม่โดนว่า แฟนผมตกลง จึงช่วยกันพลิกแต่พอเราพลิกขึ้นสิ่งที่เจอคือ
แผ่นยันต์นับสิบยี่สิบแผ่นวางอยู่ใต้เตียง
ผมอึ้งเหมือนกันครับ แต่พูดกับแฟนไปแค่ว่า ทุกที่ก็จะเป็นแบบนี้ความเชื่อส่วนบุคคล
เมื่อผมทำเรื่องย้ายออกเรียบร้อย ก็มีโอกาสไปถามกับผู้ดูแลที่สนิทกันว่า
“ผมถามจริงเลยนะ ที่นี้มีเรื่องผีหรือเปล่า”
เพราะความสนิทกันเขาจึงเล่าว่า เกือบสองปีที่ผ่านมา มีนักศึกษาหญิงกินยาแทง
และตายอยู่ในห้องเอ็งเกือบอาทิตย์กว่าจะมีแจ้งว่าเจอศพ หลังจากนั้นมีหลายคน
ที่เข้ามาพักแต่ทุกคนเจอผี ไม่ถึงเดือนก็ย้ายออกกัน
เจ้าของหอเขาจึงคิดว่าเปิดห้องนี้ต่อไป เป็นผลประโยชน์ล้วนเพราะจะได้กินมัดจำสบายๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/38639861

Categories
สถานที่หลอน เรื่องหลอน

เรื่องผีหอใน จากมหาลัยชื่อดังติดทะเล

ตอนนี้เราอยู่ปี2 เรียนคณะมนุษยศาสตร์ และเลือกที่จะอยู่หอใน ห้อง4คน
เพราะมันสะดวกสบาย เดินทางไปเรียนง่าย ลดค่าใช้จ่ายไปเยอะ
แต่มันก็ต้องเเลกกับ ความน่ากลัวนะ ด้วยส่วนตัวเราเป็นคนมีเซ้นส์
อยู่ที่บ้านก็จะเห็น โน้นนี่ประจำ ก่อนที่จะเลือกอยู่หอใน ก็ได้ดูประวัติเรื่องนี้มาก่อนแล้ว
และคิดว่า เขาก็อยู่ส่วนเขา เราก็อยู่ส่วนเราไรงี้
แต่!! มันไม่ได้เป็นอย่างงี้อะสิ…

เราอยู่ฝั่งB ชั้นล่างสุด ห้องสุดท้าย หลังสุด
บรรยากาศมันเงียบมากและแจ๊คพอตไปกว่านั้นคือ มีเมท2คน รวมเราเป็น 3
เเต่อีกคน ยังไม่มาเลยต้องนอนแค่ 2คน อ้อๆลืมบอก เป็นเตียง 2ชั้น
คืนแรก คือไม่ปิดไฟนอน ตอนนั้นประมานตีหนึ่งมันหวิวๆมาก เรานอนเตียงติดระเบียง
มองโน้นนี่ มองตู้เสื้อผ้าที่เป็นไม้ มีกระดาษแปะไว้เขียนว่าจองแล้ว ตอนนั้นคือ
เรารู้สึกไม่โอเคเลย พยายามไลน์คุยกับรุ่นพี่ ว่าเเบบหนูกลัวมาก พี่บอกเดี๋ยวก็หลับTT
แต่สุดท้าย คืนแรกก็ไม่เจออะไร เราเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

วันที่สอง เพื่อนในสาขาเลยชวนขึ้นไป นอนบนห้องชั้น4ค่ะ เอาที่นอนลงมานอนเรียงกัน
อยู่กัน 5คน ตัวเรา นอนกลางเลย คืนแรกที่ห้องเพื่อนไม่มีอะไรค่ะนอนหลับสบาย
ไหว้พระแล้วด้วย แต่พอคืนสอง ที่ห้องเพื่อนอะสิ คืนนั้นเราเพลียมากตอนเพื่อนในสาขา
กำลังนอนอ่าหนังสือ (มั้งนะ จำไม่ได้ละว่ามันทำไร) ละก็อีกคนเอกอิ้งกำลัง
นอนเล่นมือถืออยู่ข้างๆ (คือเรานอนกลาง) ส่วนอีก 2คน ที่นอนบนเตียงก็ทำภารกิจส่วนตัว
เผลอหลับไปแต่เหมือนมันไม่สนิท คือยังรับรู้ว่าเพื่อนๆ ทำไรกันอยู่แต่แค่หลับตาลงเฉยๆ
คือรู้สึกเหมือนมีคน ยืนอยู่หน้าอ่างล้างหน้าที่อยู่ตรงห้องน้ำพอดี เหมือนเค้าแว๊บมา
อยู่ปลายเท้าเรา ตอนนั้นไฟเปิดอยู่นะ ละเค้าก็มาอยู่บนตัวเรา เราได้ยินเสียงเค้าอยู่ข้างๆหู
พูดว่า “มะนาวววว เธอออออ มะนาวววว” ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก
แล้วเพื่อนที่อยู่เอกอิ้งก็เขย่าตัวเรา เหตุการณ์มันผ่านไปเร็วมาก พอเราตื่นขึ้นมา
เพื่อนทั้ง4 คนที่อยู่ในห้อง ยังทำภารกิจทุกอย่างเหมือนเดิม…

แล้วเราก็เลย เล่าให้เพื่อนฟังจนได้รู้ว่า เพื่อนคนที่เป็นทอมมันเอามะนาวมาพอกหน้า
เอาเก็บไว้ในตู้คือเราก็ เดากันไปเรื่อยยย ว่าเค้าอาจจะไม่ชอบ
แต่เรื่องมันไม่หมดแค่นั้น ย้อนไปห้องเราที่อยู่ชั้นล่างสุด เราได้มีโอกาสไปเข้าค่ายอาสา
7 วันในปลายเทอม 1 และได้พบเจอรุ่นพี่ที่จบไปแล้วเยอะมาก
ในค่ายขณะที่เม้าท์มอยกันอยู่ มีพี่ที่จบไปเป็นพยาบาลคนนึงเค้าทักว่า เรามีเซ้นส์หรอ?
จากนั้นก็ถามว่า อยู่หอในรึป่าวหอในมี…เยอะน้า เราก็แปลกใจ

พี่พยาบาล เลยเล่าให้ฟังว่าราวปี49 (มั้งนะปี 40กว่าๆนี่แหระ)
สมัยพี่แกเป็น เฟรชชี่มีเพื่อนในรุ่นนี้ โดดตึกเสียชีวิตและตอนที่ตกลงมา
มือเค้าไปโดนโคมไฟตรงลานจอดรถ ทุกวันนี้โคมไฟนั้นยังแตกเหมือนเดิมนะ
ยังไม่ได้เปลี่ยนเลย (เราก็แบบใจหวิวแล้วอะ เลยถามพี่ว่าเค้าตกลงมาตรงไหน)

พี่บอกว่า เค้าตกแถวห้องท้ายๆอะ เพราะห้องเค้าอยู่ท้ายๆ…
เรารู้เลยว่า ตรงห้องกูแน่ๆ เพราะก่อนหน้านี้มีเพื่อนที่มาจากโรงเรียนเดียวกันเเวะเข้ามาหา
ละก็นั่งคุยกัน เรานั่งอยู่บนเตียง เพื่อนหันหน้าไปทางระเบียบ และอยู่ดีๆเพื่อนมันก็ตกใจ
ละก็รีบขอตัวกลับก่อน เพราะเห็นผ้าสีขาวปลิวลงมา เเต่มีเสียงดังตุบ!!!
เราก็เลยเดินไปดู คือไม่เห็นมีไรเลย TT

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/33963606

Categories
สถานที่หลอน เรื่องหลอน

เล่าเรื่องหลอน ห้องสุดท้าย!!

เรื่องมีอยู่ว่าผมเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปโน้นนี้นั้นเรื่อยเปื่อยแต่เมื่อวันที่05/06/60
ผมเข้าไปหาเพื่อนที่อยู่กรุงเทพ ผมก็ไปหาเพื่อนคนนี้อยู่เรื่อยๆ
แต่วันนี้ต้องเปลี่ยนไป กลายเป็นวันที่น่าจดจำมากที่สุดในชีวิต
***เวลาประมาณ 4ทุ่ม โดยประมาณผมก็ออกไปหาที่ถ่ายรูปสวยตามสไตล์
จนไปถึงสะพานพระราม9 ในขณะที่ผมถ่ายรูปอยู่ก็บังเอิญไปเจอหญิงสาวคนนึง
หน้าตาน่ารักประมาณนึงผิวขาวนวลๆ ผมสั้นใส่แว่นสะพายกระเป๋ายืนอยู่(เสปคเลย)
ก็เลยเข้าไป สนทนาด้วยสักพัก แล้วน้องเข้าก็บอกว่าจะกลับหอแล้ว

ผมเลยถามไปว่าแล้วกลับยังไงล่ะครับ ให้ผมไปส่งใหมแล้วเขาก็ให้ผมไปส่งจากนั้นพอถึงหอ
ผมก็ไม่ได้ถามอะไรมากมายครับก็เลยพูดแค่ว่าพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันไหมเดี่ยวผมมารับ
ผมมาจากต่างจังหวัดไม่ค่อยมีเพื่อน ^^ เขาบอกว่าโอเครค่ะ มาถึงแล้วก็ไปเคาะประตูห้องนะ ห้อง115
***พอสายๆประมาณ 4โมงเช้าผมก็ไปหาเธอที่หอตามสัญญา แต่หอต้องใช้คีย์การ์ดเข้าภายในตึก

ผมก็เลยเดินไปหาที่เค้าเตอร์ แล้วบอกพี่เข้าว่ามาหาเพื่อนห้อง 115ครับ พี่เข้าก็ทำหน้าเหว่อ หน้างง
เขาก็ย่ำถามผมนะว่าห้อง 115 จริงหรอ น้อง ใช้หรือป่าวววว ผมก็ยืนเถียงกับพี่เค้าอยู่นานพอสมควร
จนพี่เขาทนไม่ไหวบอกผมว่า มาไอน้องมานี้พี่จะให้ดูกล้องวงจรปิด มากี่โมง 5ทุ่มกว่าครับ
พี่เขาเปิดให้ดูหาจนเจอผมแต่ที่น่าตกใจคือ ผมมาคนเดี่ยว แต่ผมก็เหมือนเดินคุยกับใครอยู่

ผมร้องอย่างดังเลย เ-ี้ย อะไรว่ะ แล้วยืนจ้องหน้ากับเจ้าของหอแล้วเงียบกริบหน้าเหว่อๆ
**แล้วอีกอย่างเจ้าของหอบอกว่าที่หอพักแต่ล่ะชั้นมีแค่ 10 ห้องเอง ไม่มีชั้นไหนหรอกที่มี 15 ห้อง**

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36548244

Categories
สถานที่หลอน

เรื่องเล่า ผีกะเข้าสิงญาติ

สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องผีที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับผีกะ ที่ผมเคยพบมานะคับ เรื่องมันเกิดขึ้น
ประมาณผมอยู่ ม.2 ตอนนั้นผมเป็นคนขี้กลัวมาก เรื่องมันเกิดคือมีญาติห่างๆ
ของผมคนหนึ่งเขาเป็นร่างทรง บ้านอยู่ในป่า และมีศัทธาอย่างล้นหลาม เล่าเรื่องผี
ญาติพวกพ้องพี่น้องของผม ก็ไปอยู่ที่บ้านหลังนั้นและรวมตัวกันฉลอง (เหมือนพิธีอะไรสักอย่าง) เรื่องเล่า ผีกะเข้าสิงญาติ

ผู้คนมากมายไปที่นั้นแล้วเอาเงินเอาทองไปบริจาค เป็นจิตศรัทธาโดยการ
ไป ซื้อของจำพวกพานเงินพานทองของใช้ราคาแพงที่ททำจากเหล็ก แล้วเอาไปทิ้งลงในหลุม บ่อ
ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเพราะอะไรเขาจึงทำแบบนั้นกัน เรื่องมันยังไม่จบครับ

เมื่อร่างทรงเกิดอาการผิดปกติ คือเอาหมาดำตัวเป็นๆ มาฆ่าแล้วนำไปลาบกินดิบแบบผิดปกติ
ผมก็คิดในใจว่า หึ้ยทำไมร่างทรงทำแบบนั้นกินของแปลกๆ ทั้งๆที่กล่าวบอกว่าเป็นร่างทรง
ที่คอยปกปักรักษาและช่วยเหลือผู้คนโดยตลอด แต่ผมไม่คิดจะงมงายและหลงใหลในทางแบบนั้น

เหมือนมีข่าวแว่วๆว่าญาติของผม ก็ไปหลงใหลอยู่ตรงนั้นเช่นกันแล้วเกิดอาการผีเข้าอย่างรุนแรง
และฉับพัน แบบเข้าๆออกทุกวันโดยไม่ทราบว่าเป็นผีอะไร ที่มาเข้าตลอดเวลา ด้วยความเป็นห่วง
ของผมและแม่ และญาติที่ไม่ได้ไปหลงใหลตรงนั้นคอยห้ามตักเตือนตลอดว่า
อย่าไปหลงใหลอะไรไห้มาก เพราะสิ่งที่ทำนั้นเป็นสิ่งที่งมงาย แต่เขาไม่เชื่อเพราะโดน
ความมืดครอบนำตัวเองเลยทำตามคำสั่งของ ร่างทรงที่กินลาบหมาอะครับ เวลาที่โดนผีเข้า
จะอ้างตัวว่าเป็นร่างทรงแบบนั้นนแบบนี้ โดยเวลาที่ผีเข้าอะครับ เขาจะมีอาการเอาดาบ
เอาพร้าไป ไล่ฟันคนอื่น เอาดาบมารำ แล้วอ้างสารพัด

ผมก็พยายามจะช่วยแต่ช่วยไม่ได้ โดยผมได้ไปหาพระอาจารย์คนหนึ่งซึ่งมีคนนับถือเป็นอย่างมาก
ด้วยความเป็นห่วงผมได้ไป หาพระแล้วถามว่าสิ่งที่ญาติผมทำนั้นทำถูกแล้วใช่ไหม
แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พระท่านก็บอกว่า ญาติของผมมีความลู่หลงในทางสายนั้น โดนผีกะ 
กำลังครอบงำอยู่ ผมก็ถามไปยังวิธีแก้ไข พระท่านก็บอกกับผมว่า เอาตัวมาที่วัด จากนั้น
ผมก็พาเขามาที่วัดแล้วพระท่านได้รดน้ำมนต์แล้วเอาน้ำมนต์ไห้กินเวลาที่มีอาการผีเข้า
ทางหมู่บ้านของผมที่รู้เรื่องงก็หวาดกลัวเป็นอย่างมาก ตอนดึกมักจะมีเสียงหมาเห่าหมาหอน
ออกมาที่บ้านหลังนั้น จนทุกวันนี้ทางญาติของผมได้หายดีแล้ว…

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/33730148

Categories
สถานที่หลอน

สถานที่หลอน อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

เคยไปอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิช่วงหน้าหนาวค่ะไปกับเพื่อนผู้หญิงหนึ่งคน
ตั้งใจจะไปถ่ายภาพประกอบวิว ไปถึงก็ล่วงบ่ายสามโมงไปแล้ว ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้พัก
เป็นบ้านบนต้นไม้หลังเล็กมีห้องเล็กนิดเดียวนอนได้สองคนอีกศอกเดียวศอกกว่า
ก็ติดประตูห้องน้ำแล้ว  และมีระเบียงหน้าห้องเล็ก ๆ พอให้ได้ชมวิว แต่มีต้นไม้ขึ้น
บังพอสมควร บรรยากาศเงียบสงบ ไม่มีคนอื่นนอนเลย เงียบจนออกจะวังเวงๆ

ชมวิวกันไปสักพักก็เริ่มโพล้เพล้ จึงล็อคทางขึ้นกระท่อมแล้วเข้าห้องนอน
เตียงนอนปูกับพื้นห่างจากประตูห้องไม่เกินเมตร เราล็อคห้องเรียบร้อย
เพื่อนไม่ยอมอาบน้ำเพราะหนาว แถมฝนยังตกอีก  เราเลยไปอาบน้ำเย็นจนขนลุก
อาบไปกระโดดไป อาบเสร็จนั่งคุยกันเบาๆ ไปสักพักได้ยินเสียงเหมือนคนเหยียบบันได
กระท่อมขึ้นมาแต่เสียงเงียบไปตอนถึงประตูทางขึ้นกระท่อม แต่ก็ไม่มีเสียงเดินลงด้วยอะ

เรามองหน้าเพื่อนเพื่อนมองหน้าเรา ตั้งใจฟังเสียง แต่ก็ไม่มีเสียงอะไรต่อ จะออกไปดูก็ไม่กล้า
คนข้างล่างไม่น่าจะเปิดประตูทางขึ้น ๆ มาได้ เพราะประตูต้องเปิดจากด้านล่างแล้วดันขึ้น
เหมือนเปิดฝ้าเพดาน แถมยังมีกลอนตัวใหญ่ล็อคจากด้านบน ไม่น่าจะเปิดขึ้นมาตามปกติได้
เรานั่งนิ่งฟังเสียงกันไปสักพักหนึ่ง ตอนแรกเดาว่าหรือเป็นเจ้าหน้าที่มาเดินดู
แต่ทำไมมีแต่เสียงเดินขึ้น ไม่มีเสียงเดินลง ผ่านไปพักใหญ่ก็ยังไม่มีเสียงเดินลงหรือเสียงอะไรอีก

ช่างเถอะเช็คประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยแล้วปิดไฟนอนดีกว่า กะตื่นเช้าๆ ไปสูดอากาศ
เรานอนด้านติดห้องน้ำ ส่วนเพื่อนนอนด้านขวามือเรา หลับไปได้สักพัก ไม่ทราบว่านานเท่าไหร่
อยู่ๆ เราก็ลืมตาขึ้นมาเอง มองความมืดที่พอเห็นเงาลางๆ  เห็นผู้หญิงผมยาวสีดำ ใส่ชุดผ้ายืดนุ่มๆ
แต่ไม่รัดรูปนะ เป็นชุดพอดีตัว เหมือนกางเกงวอร์มผ้ายืดสีขาวกับเสื้อยืดสีขาวแขนยาวรัดข้อมือ
รูปร่างสูงโปร่ง แต่สีขาวของเสื้อดูมอ ๆ เก่า ๆ หมอง ๆ หน่อย เดินข้ามเราทางปลายเท้า
เพื่อไปเข้าห้องน้ำ ประตูห้องน้ำเปิด และปิด และมีเสียงเปิดก๊อกน้ำ  เรานึกว่าเพื่อนลุกไปเข้าห้องน้ำ

ก็ไม่ได้อะไร ตะแคงตัวไปทางขวาเพื่อนอนต่อ แต่ภาพที่เห็นคือ เพื่อนเรายังนอนอยู่
ทางขวาเหมือนเดิมนี่หว่า และเสียงใช้น้ำในห้องน้ำก็ยังดังอยู่ พูดแล้วขนลุก ตอนแรกว่าจะปลุกเพื่อน
แต่อย่าดีกว่า บรรยากาศเหมือนเรากับจะเรียกอะไรดี กำลังใช้ห้องร่วมกันอยู่ ถ้าลุกขึ้นมาคุยกันแล้ว
เค้าจะออกจากห้องน้ำมาร่วมวงรึเปล่าก็ไม่รู้ เลยนอนๆ ไปดีกว่า เช้าค่อยว่ากันคิดแล้วก็หลับไปเลย
เช้ามาถามเพื่อน เพื่อนบอกได้ยินเหมือนกัน และนึกว่าเป็นเราไปเข้าห้องน้ำเหมือนกัน

แต่พอหันมาเห็นเรานอนอยู่เลยรู้แต่ไม่พูดอะไร กะมาคุยกันตอนเช้าเหมือนกัน
ใครจะไปพักที่กระท่อม อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังต่อนะถ้าเจออะไร…  ในความรู้สึกของเรา
เหมือนในใจมันรู้สึกว่า คงเป็นคนที่เคยมาพักที่นี่แล้วมีเหตุอะไรเกิดขึ้นจนไม่ได้กลับบ้าน
แต่วิญญาณยังคงวนเวียนอยู่  เลยมาปรากฎให้รับรู้  เช้าเลยอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เค้าไป
ขอให้ไปสู่สุคติในเร็ววัน มีโชครุ่งเรือง นะเพื่อน…  ก่อนกลับไปแวะไปถามเจ้าหน้าที่ว่าที่บ้านหลังนี้

หรือที่นี่มีอะไรรึเปล่า  เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่มีอะไรค่ะ เราก็ไม่ว่าอะไรแต่ก็ไม่ได้เล่า
ให้เจ้าหน้าที่ฟังเช่นกันจริงๆ ก็ดีใจเหมือนกันนะ เพราะเป็นประสบการณ์ตรงครั้งแรกกับวิญญาณ
เกิดมาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน  และไม่ได้ฝันไปแน่ ๆ เพราะเพื่อนก็ตื่นและได้ยินเหมือนกัน
แต่เพื่อนไม่ได้เห็นเหมือนเราแค่ได้ยินเสียงคนใช้ห้องน้ำและมองมายังเห็นเรานอนอยู่

แต่ปรากฎว่าพอหลับกันไปอีกครั้ง เพื่อนกลับฝันถึงผู้หญิงคนเดียวกัน มีลักษณะเดียวกันกับที่เราเห็น
เลยเหมือนเค้ามาหาเพื่อนในฝันแบบไม่ค่อยประสงค์ดีเท่าไหร่ ยืนอยู่ที่ปลายเตียงแต่ ห้องกลับเป็น
ห้องที่ใหญ่กว่าห้องที่เราอยู่ และดูดีกว่า ในห้องที่เพื่อนฝันมีรูปหลวงปู่ครูบาอาจารย์ ของพวกเรา
วางอยู่ด้านติดหน้าต่างเพื่อนเลยกระโดดคว้ารูปครูบาอาจารย์มาถือไว้ ผู้หญิงคนนั้นก็หายไป

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/30946601

Categories
สถานที่หลอน

สถานที่หลอน สงขลา “น้ำตกโตนงาช้าง”

น้ำตกโตนงาช้างที่ตั้งอยู่ในจังหวัด สงขลาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง
มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ป้องปกอยู่เรียกว่า “ทวดตาขุนดำ ทวดโต๊ะปะหวัง” สถานที่หลอน สงขลา “น้ำตกโตนงาช้าง”
ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับน้ำตกเชื่อว่าท่านนั้นมีรูปกายเป็นเสือดำ ขนาดใหญ่ เล่าเรื่องผี

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับสถานที่หลอน สงขลานี้ว่าราวปี พ. ศ. 2549 มีนักท่องเที่ยว
ชาวสิงคโปร์คนหนึ่งเดินทางมาเที่ยวน้ำตกโตนงาช้าง จนตกช่วงเย็นชายคนดังกล่าว
ได้ออกเดินทางปีนขึ้นไปชมทัศนียภาพบนน้ำตกโตนงาช้าง จากนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

เพื่อนๆที่มาด้วยกันจึงออกตามหา แต่ก็หาไม่พบจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของทางน้ำตกทราบ
ช่วยกันตามหาจนช่วงดึกจึงต้องยกเลิกไป แล้วออกหาตอนเช้าอีกที หาอยู่ 3 วัน 3 คืน
ก็ยังหานักท่องเที่ยวชายชาวสิงคโปร์คนดังกล่าวไม่พบ จึงได้เชิญ หมอไสยศาสตร์

มาทำพิธีกรรม “เข้าทรง” และพอได้รับข้อมูลมาว่านักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ที่หลงป่า
ยังมีชีวิตอยู่ ประทังชีพด้วยการกินยอดไม้ และน้ำเป็นอาหาร เขาเพียงโดน “ผีบังตา”
เอาไว้ท่านมิต้องเป็นห่วงแต่ประการใด

ถึงเวลาเขาก็จะกลับมาเอง แต่หลังจากนั้นก็ขอให้ช่วยสร้างศาลให้เราอยู่ด้วย
หัวหน้าทีมค้นหาจึงสัญญาว่าหากหาเจอก็จะสร้างศาลสถิตบูชาให้ วันที่ 4 ที่ออกค้นหา
จึงหานักท่องเที่ยวคนดังกล่าวจนพบแล้วสร้างศาลให้เรียกว่า “ทวดตาขุนดำ ทวดโต๊ะปะหวัง”

ขอบคุณแหล่งที่มา : http://webboard.yenta4.com/topic/482335

Categories
สถานที่หลอน

สยองขวัญผีนางรำในหอพัก

เรื่องราวย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน ผู้ปกครองผม สยองขวัญผีนางรำในหอพัก
ได้นำ ชื่อ วัน/เดือน/ปี เกิดของทั้งบ้านไปให้หมอดูที่จังหวัดสุพรรณบุรีทำนายดวงให้
ซึ่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผมนั้นคือ ต้องยกผมเป็นลูกบุญธรรมให้ใครสักคนหนึ่ง เล่าเรื่องผี

ซึ่งผู้ปกครองผมได้เลือกบุคคลที่นับถือในการยกผมให้ ตอนนั้นไม่รู้ว่า
ธรรมเนียมการยกเป็นลูกบุญธรรมนั้นต้องทำอย่างไร จึงเตรียมแค่ พวงมาลัย ธูปเทียนแพ
ไปขอแค่นั้น ณ เวลานั้นด้วยความที่ไม่รู้จึงคิดว่าเป็นอันเสร็จพิธีกรรม

จวบจนกระทั่งผม อายุได้ 18 ปี  ผมสอบเข้าได้มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
แต่ในชั้นปีที่ 1 ต้องไปเรียนที่จังหวัดนครนายก 1 ปี ขณะที่ย้ายขอเข้าหอพักนั้น
ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เพราะทุกคนต่างขนของเข้าหอกัน เป็นคณะๆ

ซึ่งคณะผมเป็นกลุ่มคณะที่ 2 ในการย้ายเข้า ทำให้มีนิสิตเข้ามาอยู่พอสมควร
ในช่วงพลบค่ำ เมทผมเริ่มทยอยเข้าห้องพัก แบ่งปันประสบการณ์ต่างๆที่รุ่นพี่ได้เล่าสู่
บ้างเล่าว่าในชั้นที่ 5 ของหอที่ผมอยู่เป็นไปได้อย่าขึ้นไปเพราะมีคนตาย
บ้างก็เล่าว่าอีกหอหนึ่ง มีผีผู้หญิงกระโดดตึกตายและไม่ไปไหน

ทุกคืนจะปีนกำแพงและกระโดดลงมาซ้ำๆ(ผมเรียกว่าผีวนลูป) ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
เพราะผมเป็นคนที่ไม่ค่อยกลับอะไรเหล่านี้เท่าไหร่

สภาพห้องที่ผมอยู่นั้น อยู่ติดบรรไดหนีไฟของตึก
และอยู่หน้าห้องน้ำรวม (เป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดีเท่าไหร่ 55) เปิดประตูเข้าไป
ทางด้านขวามือจะเป็นตู้เสื้อผ้า 5 ตู้สำหรับนิสิต แต่จะเว้นระยะห่าง
ของตู้แรกกับประตูเป็นซอกเล็กน้อยเพื่อให้ประตูสามารถเปิดได้ ด้านขวามือ จะเป็นเตียงเดี่ยว 3 หลัง

เตียงสองชั้นหนึ่งหลัง ระหว่างเตียงจะมีโต๊ะเขียนหนังสือสำหรับนิสิตทุกคน
ด้านหลังห้องเป็นระเบียงชมวิวอันสวยงาม มีเมทคนหนึ่งเล่าว่า ให้ทำการซื้อตู้ เตียง โต๊ะเขียน
โดยการนำเหรียญบาทและทำการอธิฐานว่าเราขอซื้อของเหล่านี้เพื่อการอยู่อาศัย
และเมทผมยังบอกอีกว่าถ้าวันใดที่ไม่มีคนนอนบนเตียงนั้นๆ
ให้หาของมาวางบนเตียงเพื่อไม่ให้สิ่งที่เรามองไม่เห็นมานอนแทนได้ ส่วนใต้เตียงก็หาของมาวางซะ

ผมจำได้เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเมททุกคนปิดไฟนอนกันหมด น่าจะหลัง 4 ทุ่ม ผมก็นอนของผมไป สยองขวัญผีนางรำในหอพัก
ผมนอนอยู่เตียงที่ 3 ถ้านับจากหน้าประตู จนกระทั่งผมฝัน หรือกึ่งหลับกึ่งตื่นไม่ทราบ
ว่าอยู่บนเตียงที่ผมนอนอยู่ ไม่สามารถขยับตัวได้ ผมเห็นเงาดำๆ อยู่บริเวณซอกระหว่างประตู
และตู้เสื้อผ้า ผมมองไม่เห็นหาหรือสีสันใดๆ แต่ที่เห็นแน่ชัดคือ เขาสวมชฏาอยู่บนศีรษะ

พอผมเห็นดังนั้นผมจึงได้ยินเสียงฉิ่งที่ดังมาก เหมือนอยู่ข้างหูเลย เงาดำนั้นเริ่มรำ
แต่ไม่ได้รำสวยงามมาก ถ้าใครเคยดูหนังเรื่องผีคนเป็นแล้ว ก็แบบนั้นเลย ทุกช่วงที่เงาดำนั้นเดินมา
เสียงฉิ่งยิ่งรัวเร็วขึ้น และดังขึ้นเรื่อย จนกระทั่งเงาดำนั้นมาอยู่ที่ข้างตัวผม

และชโงกหน้าแทบจะแนบชิดกับใบหน้าผม ทำให้ผมสะดุ้งตื่นขึ้น
บรรยากาศภายในห้องยังเหมือนเดิม ยังคงมีแต่เสียงพัดลมดังหึ่งๆ อยู่บนเพดาน
เช้าขึ้นมาผมได้เล่าเรื่องนี้ให้เมทฟัง ทุกคนก็ลงความเห็นว่า “โดนแล้ว”
ทุกวันนี้เสียงฉิ่งที่กระทบกันผมยังจำได้ฝังใจ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/35808725

Categories
สถานที่หลอน เรื่องหลอน

สยองชั้น2ในตึกโรงพยาบาล

ผมเคยเจอที่ รพ แถวบางพลี คือตอนนั้นแฟนผมท้อง  ก็พักฟื้นที่ห้องพิเศษ ที่ชั้น4
แต่ผมเป็นคนติดบุหรี่ จัด จึงชอบ กดลิฟท์ ลงมาสูบที่ชั้น2 บ่อยๆ เล่าเรื่องผี

จนวันที่2 ผมก็ทำแบบเดิมอีก แต่พอตอนขากลับนี้สิครับ ผมก็ขึ้นลงคนเดียวปกติ
ไม่มีอะไรพยายามไม่นึกถึงผี ตอนนั้นผมก็กด ที่ชั่น4 ในลิฟท์มีผมคนเดียว
แต่จู่ๆลิฟท์กลับจอดที่ชั้น2 ไอ้เราก็นึกว่ามีคนกด ก็ไม่เอะใจอะไร

แต่พอเปิดแค่นั้นแหละ เชี่ยแม่รง!!! ปิดแทบไม่ทัน  ทั้งชั่นปิดไฟมืดหมด
ไม่มีแม้แต่ไฟทาง แล้วใครมันจะกด ขึ้นมาได้ก็ นั่งคิดอยู่นานว่า
หรือจะมีคนกดแต่ลิฟท์อีกฝั่งนึงเปิดเลยขึ้นไปก่อนแล้ว แต่แปลกตรงที่มืดแบบนั่น

ใครจะไปรอลิฟท์ พอคิดก็เครียดเลยอยาก บุหรี่อีกแต่ก็คงไม่กล้าลงไป
เลยเอาวะแอบดูดตรงบรรไดหนีไฟเนี้ยแหละ ดึกแล้วไม่มีใครเห็นหรอก
นั่งสูบไปได้ครึ่งมวน ได้ยินเสียงเหมือนคนร้องให้ช่วย จากข้างล่าง ก็คิดในใจว่าหูแว่ว

สักพักได้ยินอีกพร้อมเสียงเขย่าประตูหนีไฟข้างล่าง เลยดับบุหรี่แล้วกะจะวิ่งเข้าห้อง
แต่พยาบาลเดินมาพอดีถามว่ามีอะไรหรอค่ะ  ผมบอกไม่รู้ครับได้ยินเสียงร้องให้ช่วย
สักพักเสียงคนวิ่งขึ้นมา ผมกับพยาบาลสดุ้งแทบวิ่ง  เป็นผู้หญิงไวกลางคนครับ!!

ร้องไห้ไป หอบไป  พยาบาลเลยเอายาดมมาให้ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาบอกว่าขึ้นลิฟท์จะมาชั้น4 แต่มันเปิดที่ชั้น2 เขานึกว่าถึงแล้วเลยเดินออกไป
เขามัวแต่ถือของเลยไม่ได้มองชั้น พอออกไป มืดทั้งชั้น กำลังจะหันกลับลิฟท์ดันปิด

เค้าเลยวิ่งมาบันไดหนีไฟ เพื่อที่จะขึ้นมาชั้น 4 แต่ประตูล็อค เขย่าแหละเรียกอยู่นาน
จนสุดท้ายทีบประตูจนหลุดแล้ววิ่งขึ้นมา (เล่าซะนานเลย ไม่มีผีซะงั้น)
แต่ว่าใครเป็นคนกดที่ชั้น2 นี้แหละปัญหา ตั้งแต่นั้นมาเลิกขึ้นลิฟท์คนเดียวอีกเลย

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/35586859

Categories
สถานที่หลอน เรื่องหลอน

เรื่องผีสุดน่ากลัว เกือบโดนผีปล้ำที่พังงา

เรื่องผีน่ากลัวนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2559 ตอนนั้นผมเรียนอยู่ปี4 มหาลัยหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ช่วงปี4 ผมต้องออกฝึกงาน ผมเรียนการท่องเที่ยว ผมกับเพื่อนได้แสวงหาที่ฝึกงานกัน จนมาได้ที่ฝึกงาน เป็นบริษัททัวร์ดำน้ำที่พังงา เกาะสิมิลัน เรื่องผีสุดน่ากลัวเกือบโดนผีปล้ำที่พังงา

เมื่อใกล้ถึงเวลาฝึกงาน ผมกับเพื่อนอีกหนึ่งคนก็ได้เดินทางไปจังหวัดพังงาแต่ต้องลงเครื่องที่ภูเก็ต แล้วเจ้าของบริษัททัวร์ก็มารับไปพังงา พาไปส่งที่บ้านพักใกล้บริษัท ที่ทางเจ้าของเช่าไว้ให้ วันรุ่งขึ้นผมกับเพื่อนก็ได้เริ่มฝึกงานโดยทางเจ้าของได้มารับไปที่ฝึกงานตามปกติ พร้อมกับเด็กฝึกงานอีก3คนต่างสถาบันกันเป็นผู้หญิง

เย็นวันนั้นทางเจ้าของได้เข้ามาคุย ว่าขอให้แลกบ้านกับพวกผู้หญิงเพราะบ้านของพวกผู้หญิงอยู่ไกลและเปลี่ยวมาก พวกผมก็โอเคหลังจากจากย้ายเสร็จคืนนั้นก็นอนตามปรกติ สักพักประมาณตี3 ผมก็ได้ยินเสียงคนเดินรอบบ้านเป็นระยะ แต่ก็ไม่คิดอะไรมากคิดว่าเป็นคนเดิน คืนนั้นก็ไม่มีอะไร จนเช้าก็ไปฝึกงานปกติ

เย็นนั้นมีข่าวดีคือต้องย้ายบ้านอีกแล้ว เพราะมีนักศึกษาฝึกงาน มาจากต่างสถาบันเพิ่มอีกสองคนเป็นผู้ชาย เจ้าของได้เช่าบ้านหลังใหญ่ให้ ให้อยู่กัน 4คน ผมกับเพื่อนก็ได้ย้ายมาบ้านหลังนี้ ถึงจะเป็นบ้านหลังใหญ่ แต่ก็มีแค่1ห้องนอน ทำให้ผมกับเพื่อนต้องนอนข้างนอก แต่ผมกับเพื่อนก็ไม่ซีเรียสอะไร อยู่บ้านหลังนี้มาประมาน10วัน

เรื่องผีสุดน่ากลัวเกือบโดนผีปล้ำที่พังงา

คืนนั้นหลังจากฝึกงานเสร็จก็กลับมาอาบน้ำนอนตามปกติในขณะที่กำลังหลับอยู่นั้น ก็เกิดอาการเหมือนฝันเปียก รู้สึกเหมือนโดนเล้าโลมโดยใครบางคน บอกตรงๆตอนนนั้นฟินมาก แล้วผมก็สะดุ้งตื่นแต่สิ่งที่กำลังเล้าโลมผมมันยังคงทำอยู่
ผมตกใจมากตอนนั้นคิดอยู่อย่างเดียวว่าเด็กฝึกงานที่มาใหม่
ต้องมีใครเป็นเกย์แน่นอน ช่วงนั้นปากของคนที่กำลังเล้าผมเริ่มมาถึงคอ
ยังเล้าไม่หยุด ผมจะหันไปด่าแต่หันไม่ได้ตัวขยับไม่ได้ นาทีนั้นผมรู้แล้วว่าไม่ใช่คน

ผมพยายามท่องนะโม ท่องคาถาที่เคยอ่านเจอในหนังสือมนต์พิธี
จนสุดท้ายก็หลุดมาได้ เช้าวันนั้นผมก็ยังไม่ได้เล่าให้ใครฟัง
เรื่องก็ผ่านมาประมาณ 5วัน คืนนั้นมันมาอีกแล้ว แต่คราวนี้มันมาเหยียบขาผม
สลับเปลี่ยนมาเหยียบหน้าอก และแขนซ้าย ในขณะที่โดนเหยียบแขนซ้ายอยู่นั้น

ผมก็เห็นเป็นขาคนโดยใส่ชุดสีขาว ยาวถึงตาตุ่ม นาทีนั้นผมเจ็บมาก
เลยนึกท่องคาถาเดิม ที่เคยท่อง ในขณะกำลังท่องอยู่ ผู้หญิงคนนั้นได้โน้มตัวลงมา
ผมยาวจนปิดหน้าผม มันมาพูดข้างหูผมว่า คาถานี้กูไม่กลัวหรอก พร้อมหัวเราะเบาๆ นาทีนั้นความกลัวผมหายไปหมด เหลือแต่ความโมโห จึงภาวนาว่าขอให้
บุญบารมีของแม่ช่วยคุ้มครองผมด้วย สักพักก็หลุดมาได้

ตอนเช้าผมได้บอกและเล่า เหตุการณ์ทุกอย่างให้เพื่อนฟัง
แล้วบอกว่าวันนี้ไปทำงานไม่ไหว หลังจากโทรเล่าให้แม่ฟัง
แม่ผมก็บอกจะส่งหลวงปู่ทวดมาไว้ห้อยคอ และให้ผมไปทำบุญที่วัด
ในขณะที่ไปทำบุญที่วัด ก็เจอพระรูปหนึ่ง ซึ่งผมยังไม่ได้เล่าอะไรให้พระฟัง

ท่านก็พูดขึ้นมาว่า มีเวลามาห่มผ้าขาว แล้วนอนวัดสักคืนไหม ทำผมขนลุกไปหมดทั้งตัว แต่ผมปฏิเสธไป หลังจากนั้น ก็ห้อยพระที่แม่ส่งมาให้ จากนั้นก็ไม่เจออะไรอีก
หลังจากนั้นไม่นาน รุ่นพี่ที่ฝึกงานคนหนึ่งบ้านอยู่ตรงข้ามกันได้โทรหาผมช่วงประมาณตี2แล้วบอก คืนนี้ขอนอนด้วย พอผมไปเปิดประตุให้ พี่เขาก็ทำหน้าตื่นเต้น ตื่นๆ
และเล่าให้ผมฟังว่า หลังจากที่เขาไปซื้อของกลับมากำลังเอารถรถจอด
พี่เขาเห็นผู้หญิงผมยาวใส่ชุดสีขาวยาวถึงตาตุ่มเดินทะลุเข้าประตูบ้านเขาไป
เลยขอมานอนกะผม หลังจากนั้นผมก็ไม่เจออะไรอีกเลยจนกระทั่ง
ฝึกงานเสร็จก็กลับกาญจนบุรี แต่เด็กต่างสถาบันอีกสองคนยังเหลืออีก10วัน

และโทรมาเล่าให้ผมฟังว่าย้ายออกมานอนข้างนอกที่ผมนอน เพราะในห้องมันร้อน นอนๆอยู่ก็มีคนมาเคาะประตูแต่ไม่กล้าเปิดเพราะมันดึกแล้ว แต่เห็นได้จากช่องใต้ประตูว่าเห็นเป็นขาคนนุ่งผ้ายาวถึงตาตุ่มยืนอยู่หน้าประตู
ซึ่งผมคิดว่าหน้าจะเป็นคนเดียวกัน นั่นทำให้ผมสบายใจว่า
ผี ไม่ได้ตามผมกลับมาบ้าน ลืมบอกไปว่าแปลกมากทุกๆวันที่ผมกลับจากที่ฝึกงาน
ทุกเย็นจะมีเส้นผมของผู้หญิงกองอยู่บนที่นอนเต็มไปหมด เป็นยังงี้ทุกวัน
และอีกอย่างสถานที่ตรงนั้นก็เป็นที่ๆเคยโดน สึนามิ
นี่เป็นเหตุการณ์การเจอผีที่ชัดเจนสำหรับผม ตั้งแต่เคยเจอมา ขอบคุณ

Categories
สถานที่หลอน เรื่องหลอน

เรื่องผีเขาชนไก่ หลอนหน้าห้องน้ำ

เรื่องผีเขาชนไก่หลอนหน้าห้องน้ำ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาครับ
ผมได้เรียน รด.มาจนถึงปี3และต้องไปฝึกภาคสนามที่เขาชนไก่
เป็นเวลา5วัน4คืนครับ การฝึกเป็นไปได้ด้วยดีครับ เหนื่อยมาก
คิดถึงคนที่บ้านมาก คิดถึงเตียงนุ่มๆที่บ้าน คิดถึงอากาศปลอดโปร่ง
เพราะที่นี่ฝุ่นเยอะมากจนจามออกมาน้ำมูกเป็นสีดำเลยครับ

การฝึกดำเนินไปจนถึงวันที่4 ซึ่งเป็นวันที่เหนื่อยที่สุด เพราะต้องเดินเท้า
9-10กิโล เพื่อไปฐานต่างๆ จนได้เจอกับสุดยอดครูฝึก “จ่านรก”ครับ
ก็ฝึกกันไปหมอบคลานตามเรื่องตามราว จนฝึกเสร็จ กลับไปที่กองพัน
ทุกคนเพลียมากแต่ก็ได้รับอนุญาติให้อาบน้ำได้สบายใจ เล่าเรื่องผี

เรื่องมันเริ่มมาจาก เต๊นท์นอนของผมนั้นอยู่ในโซนที่จะต้องเป็นเวรยาม
ในวันนั้นพอดีซึ่งเป็นเวลาตี3-ตี4ครับ
ผมก็นอนก่อนเลยตอน5ทุ่มผลัดก่อนหน้าก็มาปลุกตอนตี2กว่าๆ
ผมจึงต้องลุกขึ้นไปเฝ้ายามครับ
ปกติแล้วเขาจะแบ่งเป็นคู่ในการเฝ้า1ที่ แต่ เพื่อนผมนั้น
ต้องจัดของจัดกระเป๋าจึงบอกให้ผมล่วงหน้าไปก่อน

ผมก็ต้องไปเฝ้ายามคนเดียว จะเรียกว่าซวยหรืออะไรไม่รู้
แต่ผมต้องไปเฝ้าหน้าห้องน้ำ ซึ่งมืดและดึกแล้ว วังเวงโคตรๆ
ผมก็ยืนไปสักพักนึกขึ้นมาได้ จ่านั้นได้กำชับมาว่า
“พื้นห้องน้ำต้องสะอาดห้ามมีรอยเท้าแม่แต่นิดเดียว” ผมก็หันไปมอง
เช็คในห้องน้ำ มันก็มีรอยเท้าอยู่คู่นึงดูจากรอยแล้ว
ก็น่าจะเข้าห้องส้วมห้องแรกพอดี ผมก็ต้องเช็คว่ามีใครอยู่ในห้องนั้นหรือเปล่า
จะได้รอเขาออกมาแล้วเช็ดถูทีเดียว เพราะตี4แล้วคงไม่มีใครมาใช้ต่อ
“เข้าห้องน้ำอยู่ป่าวครับ” นี่คือสิ่งที่ผมตะโกนไป “ครับ”
เสียงตอบกลับจากคนในห้องน้ำ

ผมก็ยืนรอหน้าห้องน้ำไปเรื่อยๆ รอแล้วรอเล่า20นาทีแล้ว
จนเพื่อนที่เก็บของมา มาพร้อมรองเท้าแตะที่จะใส่
เข้าไปทำความสะอาดได้โดยไม่เปื้อนพื้น
แต่ผมก็ไม่ได้เอะใจเรื่องคนในห้องน้ำอะไรเพราะคิดว่าวันสุดท้าย
เขาอาจจะถ่ายหนักอยู่

ผมจึงให้เพื่อนเข้าไปทำความสะอาดข้างใน สมมุติว่าเพื่อนผมชื่อ ตี๋
“ตี๋ถูห้องอาบน้ำก่อนเลย” มันก็เข้าไปถูส่วนผมก็ยืนเฝ้าข้างหน้า
จนตี๋มันถูห้องอาบน้ำเสร็จมันก็มาถามผม “ห้องส้วมต้องถูด้วยป่าว”
ผมก็ตอบ “เออ แต่รอคนห้องแรกเขาเข้าเสร็จก่อนนะ”
ไอตี๋ก็งง ถามผมว่า “ห้องไหนกูเดินเข้าไปดูไม่เห็นจะมีห้องไหนปิดประตูซักห้อง”

ผมก็งงครับและหันไปมองห้องน้ำห้องนั้น ปรากฏว่าประตูมันเปิดอยู่..
ผมก็งงและดูที่รอยเท้า รอยเท้าก็มีเพียงแค่รอยเท้าที่เดินเข้าไป แล้ว..
เขาออกมาตอนไหน.. ซึ่งผมดูแล้ว มันมีทางออกเดียวแน่นอน
ซึ่งผมก็ยืนอยู่ตลอดและจะปีนออกก็ไม่ได้แน่นอน และรอยเท้าก็มีแค่รอยเดิม
ที่เป็นรอยเข้า แต่ไม่มีรอยที่เดินออกเลย.. แล้วเสียงครับที่ได้ยิน
รอยเท้าที่มีแค่เข้ามันคืออะไร.. ผมก็เลยไม่พูดอะไรครับ
เพื่อนก็ล้างห้องน้ำเสร็จ ผมก็ยืนขนลุกอยู่หน้าห้องน้ำ รอบๆก็เป็นป่ามืดๆอีก 

ก็มีเท่านี้แหละครับ เรื่องที่ผมเจอมาขอให้น้องๆปีนี้
ที่ไปเขาชนไก่ เดินทางปลอดภัย สุขภาพแข็งแรงกันทุกคนครับ