Categories
สถานที่หลอน เรื่องหลอน

วิญญาณนักศึกษาสาวตายทั้งกลมในหอพัก

ตอนผมพบเจอกับประสบการณ์นี้ ผมอาศัยอยู่ที่หอพักย่านศาลายากับแฟนสาว
หอพักแห่งนี้เป็นหอพักที่ราคากลางๆ แหล่งรวมนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยมาอาศัยกัน
แต่แปลกหอพักแห่งนี้ไม่มีคนรู้จักหรือเพื่อนผมอยู่เลยสักคน
เราเข้าอาศัยวันแรกก็เริ่มทำความสะอาดจัดข้าวของต่างๆ พอเราทำไปสักพักก็ไปพบกับ
เหรียญสิบบาทที่วางอยู่เรียงรายใต้เตียง เรานำเหรียญเหล่านั้นออกมานับได้จำนวนทั้งสิ้น 180 บาท (ผมและแฟนนับถือศาสนาคริสต์โรมันคาทอลิค เลยไม่ได้เข้าใจถึงความเชื่อตรงนี้ )
ก็เลยนำเหรียญทั้งหมดไปหยอดตู้ซักผ้าไมได้คิดอะไร

เรื่องราวทั้งหมดดำเนินผ่านไปอย่างปกติ จนกระทั่งคืนหนึ่งผมฝันว่า ผมอยู่ในห้องที่ผมนอน
แต่ในห้องมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้จักนั่งอยู่ตรงปลายเท้า เธอพยายามพูดแต่พูดไม่เป็นภาษา
เสียงที่เธอกล่าวออกมาเป็นประมาณนี้ “จาจาจาจ๊ะ จะ จ๊ะจา” วกวนไปมา ผมพยายามถาม
พยายามฟังแต่ก็ไม่เข้าใจว่าเธอจะสื่ออะไร เมื่อเธอพูดเสร็จ เธอลุกยืนและเดินพุ่งเข้ามา
ผ่านตัวผมไป ผมสะดุ้งตื่นผวากับสิ่งที่ฝัน จึงลืมตาขึ้นมาเพื่อปรับอารมณ์
ในตอนนั้นเวลาตีสองกว่า (ผมนอนตะแครงข้างหลังติดกำแพงห้องน้ำ หน้าหันไปทางแฟน
แฟนผมและผมหันหน้ามาชนกัน) แฟนผมนอนหันหลังให้กับตู้เสื้อผ้า ซึ่งด้านหน้าของตู้
เป็นกระจกบานใหญ่สะท้อนเงาได้ทั้งห้องรวมถึงห้องน้ำด้วย

ผมนอนปรับสายตาและมองกระจกอยู่สักพักจนเห็นเงาแปลกๆขยับอยู่ตรงห้องน้ำ
เพ่งสายตาปรับภาพอยู่เวลาหนึ่ง สิ่งที่ผมเห็นคือ มีมือมือหนึ่งจับขอบประตูห้องน้ำ
มือนั้นพยายามเหมือนออกแรงลากร่างตัวเองออกมา ผมไม่ทราบว่าเป็นหญิงหรือชาย
ในตอนนั้นตกใจมาก็เลยลุกขึ้นวิ่งไปเปิดไฟห้องน้ำแต่ก็ไม่พบเจออะไร
แฟนผมถามว่ามีอะไรหรือเปล่า? ผมพูดไม่ได้เลยครับเพราะตัวแฟนเองนั้นกลัวผีขั้นสุด
เลยบอกไปว่าปวดท้องหนัก แล้ววันนั้นก็ผ่านไป

และคืนหนึ่งผมก็สะดุ้งตื่นเพราะฝันเหมือนเดิม สิ่งที่ผมฝันก็เหมือนเดิม แล้วผมก็มองไปทางเดิม
ตู้เสื้อผ้า เวลาเดิมคือตีสองกว่า สิ่งที่กลัวที่สุดในตอนนั้นคือมันจะเหมือนเดิม เวลาผ่านไปสักพัก
ก็ยังไม่มีอะไรแปลก แต่ผ้าม่านที่เป็นริ้วๆ อยู่ตรงระเบียงนั้นขยับ พริ้วไปมาอย่างน่ากลัว
สิ่งที่ผมเห็นได้ชัดมากคือ มีหน้าคนหน้าหนึ่ง ซ้อนและดันผ้าม่านออกมาเป็นรูปใบหน้า
ผมอึ้งและมองตรงนั้นไปถึงเช้าโดยที่จำไม่ได้ว่าผมรู้สึกตัวได้อย่างไร ผมก็เลยนำเรื่องราวนี้
ไปเล่ากับเพื่อน เพื่อนจึงบอกว่างั้นเอาสิ่งที่นับถือไปวางไว้ที่เตียง ผมจึงนำไม้กางเขน
ไปวางไว้ที่หัวเตียง หลังจากนั้นก็ไม่พบเจออะไรอีก

เหมือนจะจบ แต่ยังเหลืออีกเหตุการณ์หนึ่ง เพื่อนที่ขอไปนอนห้องผมพบเจอมา
เพื่อนชายผมชื่อ นุ นุเป็นนักดนตรีกลางคืน ละจะมาเล่นดนตรีแถวหอพักผมจึงขอมานอน
ในวันที่นุมานอน ผมและแฟนแยกย้ายกันกลับบ้าน นุจึงต้องนอนคนเดียวที่ห้อง
ในวันนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเพื่อนมากมาย แต่เมื่อถึงเวลาตีสาม นุก็โทรมาหาผม
พร้อมกับเสียงที่สั่นฟังไม่รู้เรื่องว่าจะพูดไร มันจึงบอกว่า
“เดี๋ยวเช้ากูเล่าให้ฟัง” และแล้วมันก็โทรมา นุเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนกูเล่นดนตรีเสร็จ
ประมาณเที่ยงคืนกว่า ก็กลับมาที่ห้อง อาบน้ำนอนปกติ สะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตูกระจก
ตรงระเบียงห้อง พอไปดูก็ไม่เจออะไรกูคิดว่าเป็นนกมาทำรัง เลยกลับมานอนต่อ
สักพักได้ยินเสียงเดิมอีก พอลุกไปดูก็ไม่เจออะไร เป็นแบบนี้ประมาณ 5 ครั้ง
จนครั้งสุดท้ายทนไม่ไหวเลยเปิดไปดูด้านนอกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ในขณะที่เปิดประตูกระจกนั้น
ประตูหน้าห้องก็มีเสียงคนเคาะดังมาก กูเลยรีบวิ่งไปเปิดประตู เห็นเป็น นักศึกษาหญิงใส่ชุดเต็ม
ยืนอยู่ กูก็เลยถามว่า มาให้ใครหรือเปล่าครับ ผู้หญิงคนนั้นก้มหน้าไม่พูดสักพักหันหลัง
วิ่งลงบันใดหนีไฟไป กูเลยจำที่บอกได้ว่ามึงไม่มีเพื่อนอยู่หอนี้ กูเลยหลอนกลับบ้านเลย”

จนถึงวันที่ผมย้ายออก เตรียมตัวเก็บข้าวของกันเรียบร้อย แต่ผมกับแฟนเราสองคน
รีดผ้าบนเตียงเลยทำให้เตียงไหม้เป็นจุดๆ ผมเลยบอกว่างั้นกลับด้านเตียงตอนที่เขามาตรวจ
จะได้ไม่โดนว่า แฟนผมตกลง จึงช่วยกันพลิกแต่พอเราพลิกขึ้นสิ่งที่เจอคือ
แผ่นยันต์นับสิบยี่สิบแผ่นวางอยู่ใต้เตียง
ผมอึ้งเหมือนกันครับ แต่พูดกับแฟนไปแค่ว่า ทุกที่ก็จะเป็นแบบนี้ความเชื่อส่วนบุคคล
เมื่อผมทำเรื่องย้ายออกเรียบร้อย ก็มีโอกาสไปถามกับผู้ดูแลที่สนิทกันว่า
“ผมถามจริงเลยนะ ที่นี้มีเรื่องผีหรือเปล่า”
เพราะความสนิทกันเขาจึงเล่าว่า เกือบสองปีที่ผ่านมา มีนักศึกษาหญิงกินยาแทง
และตายอยู่ในห้องเอ็งเกือบอาทิตย์กว่าจะมีแจ้งว่าเจอศพ หลังจากนั้นมีหลายคน
ที่เข้ามาพักแต่ทุกคนเจอผี ไม่ถึงเดือนก็ย้ายออกกัน
เจ้าของหอเขาจึงคิดว่าเปิดห้องนี้ต่อไป เป็นผลประโยชน์ล้วนเพราะจะได้กินมัดจำสบายๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/38639861

Categories
สถานที่หลอน เรื่องหลอน

เรื่องผีหอใน จากมหาลัยชื่อดังติดทะเล

ตอนนี้เราอยู่ปี2 เรียนคณะมนุษยศาสตร์ และเลือกที่จะอยู่หอใน ห้อง4คน
เพราะมันสะดวกสบาย เดินทางไปเรียนง่าย ลดค่าใช้จ่ายไปเยอะ
แต่มันก็ต้องเเลกกับ ความน่ากลัวนะ ด้วยส่วนตัวเราเป็นคนมีเซ้นส์
อยู่ที่บ้านก็จะเห็น โน้นนี่ประจำ ก่อนที่จะเลือกอยู่หอใน ก็ได้ดูประวัติเรื่องนี้มาก่อนแล้ว
และคิดว่า เขาก็อยู่ส่วนเขา เราก็อยู่ส่วนเราไรงี้
แต่!! มันไม่ได้เป็นอย่างงี้อะสิ…

เราอยู่ฝั่งB ชั้นล่างสุด ห้องสุดท้าย หลังสุด
บรรยากาศมันเงียบมากและแจ๊คพอตไปกว่านั้นคือ มีเมท2คน รวมเราเป็น 3
เเต่อีกคน ยังไม่มาเลยต้องนอนแค่ 2คน อ้อๆลืมบอก เป็นเตียง 2ชั้น
คืนแรก คือไม่ปิดไฟนอน ตอนนั้นประมานตีหนึ่งมันหวิวๆมาก เรานอนเตียงติดระเบียง
มองโน้นนี่ มองตู้เสื้อผ้าที่เป็นไม้ มีกระดาษแปะไว้เขียนว่าจองแล้ว ตอนนั้นคือ
เรารู้สึกไม่โอเคเลย พยายามไลน์คุยกับรุ่นพี่ ว่าเเบบหนูกลัวมาก พี่บอกเดี๋ยวก็หลับTT
แต่สุดท้าย คืนแรกก็ไม่เจออะไร เราเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

วันที่สอง เพื่อนในสาขาเลยชวนขึ้นไป นอนบนห้องชั้น4ค่ะ เอาที่นอนลงมานอนเรียงกัน
อยู่กัน 5คน ตัวเรา นอนกลางเลย คืนแรกที่ห้องเพื่อนไม่มีอะไรค่ะนอนหลับสบาย
ไหว้พระแล้วด้วย แต่พอคืนสอง ที่ห้องเพื่อนอะสิ คืนนั้นเราเพลียมากตอนเพื่อนในสาขา
กำลังนอนอ่าหนังสือ (มั้งนะ จำไม่ได้ละว่ามันทำไร) ละก็อีกคนเอกอิ้งกำลัง
นอนเล่นมือถืออยู่ข้างๆ (คือเรานอนกลาง) ส่วนอีก 2คน ที่นอนบนเตียงก็ทำภารกิจส่วนตัว
เผลอหลับไปแต่เหมือนมันไม่สนิท คือยังรับรู้ว่าเพื่อนๆ ทำไรกันอยู่แต่แค่หลับตาลงเฉยๆ
คือรู้สึกเหมือนมีคน ยืนอยู่หน้าอ่างล้างหน้าที่อยู่ตรงห้องน้ำพอดี เหมือนเค้าแว๊บมา
อยู่ปลายเท้าเรา ตอนนั้นไฟเปิดอยู่นะ ละเค้าก็มาอยู่บนตัวเรา เราได้ยินเสียงเค้าอยู่ข้างๆหู
พูดว่า “มะนาวววว เธอออออ มะนาวววว” ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก
แล้วเพื่อนที่อยู่เอกอิ้งก็เขย่าตัวเรา เหตุการณ์มันผ่านไปเร็วมาก พอเราตื่นขึ้นมา
เพื่อนทั้ง4 คนที่อยู่ในห้อง ยังทำภารกิจทุกอย่างเหมือนเดิม…

แล้วเราก็เลย เล่าให้เพื่อนฟังจนได้รู้ว่า เพื่อนคนที่เป็นทอมมันเอามะนาวมาพอกหน้า
เอาเก็บไว้ในตู้คือเราก็ เดากันไปเรื่อยยย ว่าเค้าอาจจะไม่ชอบ
แต่เรื่องมันไม่หมดแค่นั้น ย้อนไปห้องเราที่อยู่ชั้นล่างสุด เราได้มีโอกาสไปเข้าค่ายอาสา
7 วันในปลายเทอม 1 และได้พบเจอรุ่นพี่ที่จบไปแล้วเยอะมาก
ในค่ายขณะที่เม้าท์มอยกันอยู่ มีพี่ที่จบไปเป็นพยาบาลคนนึงเค้าทักว่า เรามีเซ้นส์หรอ?
จากนั้นก็ถามว่า อยู่หอในรึป่าวหอในมี…เยอะน้า เราก็แปลกใจ

พี่พยาบาล เลยเล่าให้ฟังว่าราวปี49 (มั้งนะปี 40กว่าๆนี่แหระ)
สมัยพี่แกเป็น เฟรชชี่มีเพื่อนในรุ่นนี้ โดดตึกเสียชีวิตและตอนที่ตกลงมา
มือเค้าไปโดนโคมไฟตรงลานจอดรถ ทุกวันนี้โคมไฟนั้นยังแตกเหมือนเดิมนะ
ยังไม่ได้เปลี่ยนเลย (เราก็แบบใจหวิวแล้วอะ เลยถามพี่ว่าเค้าตกลงมาตรงไหน)

พี่บอกว่า เค้าตกแถวห้องท้ายๆอะ เพราะห้องเค้าอยู่ท้ายๆ…
เรารู้เลยว่า ตรงห้องกูแน่ๆ เพราะก่อนหน้านี้มีเพื่อนที่มาจากโรงเรียนเดียวกันเเวะเข้ามาหา
ละก็นั่งคุยกัน เรานั่งอยู่บนเตียง เพื่อนหันหน้าไปทางระเบียบ และอยู่ดีๆเพื่อนมันก็ตกใจ
ละก็รีบขอตัวกลับก่อน เพราะเห็นผ้าสีขาวปลิวลงมา เเต่มีเสียงดังตุบ!!!
เราก็เลยเดินไปดู คือไม่เห็นมีไรเลย TT

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/33963606

Categories
เรื่องหลอน

เล่าเรื่องผี คำสาปแช่งจากผีตายโหง

เรื่องนี้แม่เป็นคนเล่าให้ฟัง ยายเองก็รู้เรื่องเหตุการณ์ดี
ตอนนั้นเราจึงไปซักยายคะยั้นคะยอ ว่าเล่าให้ฟังหน่อยอยากรู้มากๆ
เริ่มเรื่องเลยนะคะ ยายมีลูกทั้งหมด4คน แม่เราเป็นพี่คนโต คนที่2ท่านผู้หญิง
สมมุติว่าชื่อ น้าน้อยนะคะ คนที่3เป็นผู้ชาย สมมุติว่าชื่อ จ่อย
ส่วนคนเล็กนี่ไม่ขอเล่านะคะเพราะตอนนั้นน้ายังเล็ก จำเหตุการณ์อะไรไม่ค่อยได้
ตาเสียตอนแม่อายุ 15 จบม.3 พอดี น้าน้อยอายุ 14 แต่หัวไม่ดี
ออกโรงเรียนตั้งแต่จบ ป.6 แม่ไม่ได้เรียนต่อออกโรงเรียน มาช่วยยายทำนา
แม่ต้องเป็นเสาร์หลักของครอบครัว พอหมดฤดูทำนา แม่จะพาน้าน้อย
ไปรับจ้างได้วันละไม่กี่สิบบาท มันหนักมากเลยนะคะ
สำหรับเด็กอายุ 15 ที่ต้องรับผิดชอบครอบครัว เล่าเรื่องผี คำสาปแช่งจากผีตายโหง

ยายเล่าว่าตอนที่แม่กับน้ายังเป็นสาว มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ มาจีบมากหน้าหลายตา
เรียกว่า หัวกระไดบ้านไม่เคยแห้งกันเลยทีเดียว ตอนนั้นยายคงสงสารแม่
ที่ต้องทำงานงกๆจึ่งเอิ่ยกับแม่ว่า จะให้แต่งงานกับพ่อทั้ง2คนไม่ได้รักกันเลย
ไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ แม่ก็ไม่ปฏิเสธเพราะเข้าใจดีว่าบ้านต้องการผู้นำ
พ่อกับแม่โดนคุมถุงชนให้แต่งงานกัน ยายรู้ดีว่าแม่รักผู้ชายอีกคน ที่แต่งงานกับพ่อ
เพราะความจำเป็น ยายเห็นแม่ไม่มีความสุข จึงได้พูดไว้ว่าลูกสาวที่เหลือ
2 คนรักใครชอบใคร อยากแต่งกับใครคงไม่บังคับจิตใจลูกอีก
ส่วนน้าน้อย มีหนุ่มๆต่างบ้านต่างอำเภอ มาจีบไม่เว้นวัน รวมถึงน้าอ่วมหนุ่มบ้านเดียวกัน
รุ่นราวคราวเดียวกับน้าน้อย ยายเล่าว่าน้าอ่วมชอบน้าน้อยตั้งแแต่ อนุบาล
ตอนเด็กๆน้าอ่วมได้เงินไปเรียนอาทิตย์ละ 1 บาท ก็จะแบ่งมาให้น้าน้อย 50 สตางค์
จนพอโตเริ่มเป็นหนุ่ม ได้อะไรก็มักเอาส่งเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยน

แต่น้าน้อยกลับไม่เคยมีใจให้น้าอ่วมเลย แถมยังเป็นคนพูดจาแรงๆ คิดยังไงก็พูดไปอย่างนั้น
มีหนุ่มต่างอำเภอคนหนึ่ง มาจีบน้าน้อย ชื่อน้าพุด น้าน้อยก็มีใจให้จีบกันได้สักพัก
น้าพุดบอกกับ ยายว่าจะให้แม่มาขอน้าน้อย ยายก็ถามความสมัครใจลูกสาว
น้าน้อยบอกยายว่า ชอบน้าพุดอยู่เหมือนกัน ข่าวลือสพัดรวดเร็ว เหมือนดั่งลมพัดขรี้
ก่อนวันที่น้าพุด จะมาตกลงค่าสินสอด คืนนั้นน้าอ่วมได้มาหาน้าน้อยที่บ้าน เรียกอยู่นาน
พอควรน้าน้อยก็ไม่ออกมาพบ ยายจึงบอกให้น้าน้อยออกมาคุย กับน้าอ่วม
“คุยกับเขาดีๆ บอกเขาดีๆ แม่ว่าเขาคงเข้าใจ” น้าน้อยก็หน้าบูดหน้าบึ้ง ออกมาจากห้อง
คืนนั้นยายยังไม่หลับ จึงได้ยินบทสนทนา ของทั้งคู่ชัดเจน “เมิง….มาทำไมอีกไอ้อ่วม”
น้าอ่วมไม่อ้อมค้อม ยิงคำถามตรงๆเลยว่าน้าน้อย จะแต่งงานกับหนุ่มบ้านไกลคนนั้นจริงๆหรือ
น้าน้อยก็ตอบว่าใช่ พรุ่งนี้จะตกลงค่าสินสอด น้าอ่วมขอน้าน้อยว่าอย่าแต่งกับน้าพุดได้ไหม
ฝ่ายนั้นให้สินสอดเท่าไหร่ น้าอ่วม จะให้มากกว่าเป็นเท่าตัว น้าน้อยเลยตัดรำคราญ พูดตรงๆ
ว่าไม่เคยรักน้าอ่วม ไม่เคยคิดจะรัก และชาตินี้ก็จะไม่รัก ต่อให้เหลือผู้ชายคนเดียวในโลก
ก็จะไม่เอาน้าอ่วมมาทำผัว น้าอ่วมขู่น้าน้อยว่า จะผูกคอตายและสั่งเสียไว้ว่าชาตตินี้
จะรักน้าน้อยคนเดียว และจะรักน้าน้อยทุกๆชาติ….

น้าน้อยก็คิดว่าเป็นแค่คำขู่ น้าอ่วมคงไม่กล้าทำจริงๆ เลยไล่น้าอ่วมกลับ
ส่วนน้าน้อยก็กลับเข้าห้องไปนอน ยายเองซึ่งนอนแอบฟังอยู่ตอนนั้น ก็ตกใจอยู่เหมือนกัน
แต่ไม่คิดว่าน้าอ่วม จะรักแรงถึงขนาดยอมตาย
พอรุ่งเช้ามีคนมาเล่าให้ฟังว่าน้าอ่วมผูกคอตาย ยายจึงรีบวิ่งไปดูส่วนน้าน้อยซ็อคมากและกลัวมาก
ไม่กล้าไป พอยายไปถึงบ้านน้าอ่วม เสียงร่ำไห้ระงมทั่วบ้านคนยืนมุงกันจนเต็มถนน
สภาพศพตอนนั้น ตาถลน ลิ้นเหยีดยาว ขรี้เยี่ยวเล็ดกางเกง สงสัยว่าตายตั้งแต่เมื่อคืน
และพบจดหมาย ลาตาย 1ฉบับ ที่น้าอ่วมเขียนไว้ก่อนตาย

ในเช้าวันนั้น หมอผีก็มาทำพิธี “กันบ้าน” คร้ายๆกับปิดหมู่บ้าน
คนในไม่ให้ออก คนนอกไม่ให้เข้า ตอนนั้นแม่ตั้งท้องเราได้ประมาณ 7เดือน
เป็นช่วงฤดูเกี่ยวข้าว พ่อกับแม่ไม่ได้กกลับเข้าหมู่บ้านมาหลายวัน ซึ่งวันนั่น
เป็นวันที่พ่อจะตีข้าว น้าจ่อยกับเพื่อนมาอยู่ที่ทุ่งนากับแม่ ตั้งแต่ขนมัดข้าวเข้าลาน
กองๆกันไว้แล้วหนุ่มๆวัยรุ่นก็ช่วยกันตีข้าว เย็นวันนั้นแม่ทำกับข้าวที่เถียงนา
แม่ถามน้าจ่อยว่า เพื่อนเอ็งมากันกี่คน น้าบอกแม่ว่าเพื่อนมาช่วย 13คน
แต่พอตอนมากินข้าว แม่นับยังไงก็นับได้แค่ 12คน จึงคิดว่าอีกคนเขาคงนังไม่หิว
เลยไม่ขึ้นมากิน กินข้าวเย็นเสร็จทุกคน ลงมาตีข้าวในลานต่อ ตอนนั้นประมาณ 4ทุ่มกว่าๆ
ได้ยินน้าจ่อยคุยกันว่า อยากสูบยาเส้น แต่ยาเส้นอยู่บนเถียงนา(ที่แม่เรานอนอยู่)
พอสิ้นเสียงมีมือ 1 มาจับมือแม่ มือนั้นเย็นยะเยือกมาก แม่จึงหยิบห่อยาเส้นใส่มือนั้น
เพราะคิดว่าคงเป็นเพื่อนน้าจ่อยที่มา แต่ก็แอบคิดในใจว่าทำไมมันมาเร็วนักวะ

สักพักเวลาผ่านไปประมาณ 15 นาทีมีคนวิ่งมาที่เถียง “พี่…เอายาเส้นให้หน่อย”
เอาแล้วไงแล้วเมื่อกี้ ใครมาเอา เพื่อนน้าจ่อยบอก ยังไม่มีใครมานะ ทุกคนอยู่ลานข้าวหมด
ผมก็เพิ่งวิ่งมาเนี่ย…แม่มองไปที่ ห่อยาเส้น มันยังวางอยู่ข้างมุ้ง ตรงที่แม่หยิบใส่มือนั้น
แม่เองก็รู้แล้วและข่มตานอน จนเช้าแม่เล่าให้พ่อกับน้าจ่อย ฟังเรื่องเมื่อคืนที่แม่เจอ
ทุกคนลงความเห็นเดียวกันว่าคงเป็นผีน้าอ่วม คงมาช่วยเพื่อนๆตีข้าว
แม่จึงบอกน้าจ่อยลองนับดูดีๆ ว่าเพื่อนมาช่วยกี่คนจะนับกี่รอบๆ ก็นับได้แค่ 12คน
“ฮ่วย” น้าจ่อยอุทานแล้วทำไม เมื่อคืนนับได้ 13คนวะ
ส่วนทางบ้าน ยายพาน้าน้อยไปงานศพ น้าอ่วมคนในงานมองน้าน้อยแปลกๆโดยเฉพาะ
ญาติของน้าอ่วม ยายพาน้าน้อยเข้าไปช่วยงานในครัว มีคนพูดเข้าหูให้ได้ยินว่า
“ผูกคอตายเพราะผู้หญิงคนนี้ล่ะ” ต่างพากันซุบซิบนินทา จนน้าอยู่ไม่ได้รีบกลับบ้าน
ยายเล่าว่าน้าน้อยเองก็รู้สึกผิด จนวันถึงวันเผา น้าน้อยกลัวมากขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์
ไม่กล้ามองหน้าศพกลัวภาพติดตา ยายแอบมองนิดหนึ่งเล่าว่า น้าอ่วมตายตาไม่หลับ
สัปเหรอเอามือลูปปิดแล้ว แต่ก็หลับไม่มิดหน้ากลัวมาก

งานศพผ่านไปเหมือทุกอย่างจะปกติ แต่น้าน้อยเหมือนคนจิตตก
ได้ยินเสียงอะไรก็กลัวไปหมด จะเข้าห้องน้ำแต่ละทียายต้อง มาลงมาเฝ้าหน้าห้องน้ำตลอด
ตอนนั้นแม่ใกล้จะคลอดเราพอดี เกี่ยวข้าวเสร็จพ่อก็ขนข้าวขึ้นเล้าประมาณเดือนกว่าๆ
แม่ก็คลอดเราสมัยก่อนไม่ได้ไปโรงบาลนะคะ ยายเป็นหมอตำแยออกกันตรงชานเรือนเลยค่ะ
แม่เล่าว่าเอา “รก” เราไปฝังไว้ได้บรรไดบ้าน แล้วเอาหนามโปาะไว้หนาๆ ไม่อย่างนั้น
กระสือ จะมาขุด (ความเชื่อเรื่อง ฝัง รก เพื่อให้คนๆนั้นไม่ลืมถิ่นถานบ้านเกิด)
ตอนแม่อยู่ไฟที่ชานเรือน คืนแรกเลยประมาณตี2 ทุกคนในบ้านหลับหมด
แม่มองลอดไม้พื้นเห็นแสงไฟดวงสีส้มๆ แดงๆ ตรงน้ำครำข้างล่าง
แม่เขี่ยขี้ไฟร้อนๆแดงๆลงรู แล้วแสงก็ดับไป

เล่าเรื่องผี คำสาปแช่งจากผีตายโหง

หลังจากนั้นไม่นานน้าน้อยก็แต่งงานกับน้าพุด ทั้งเขยใหญ่เขยเล็กย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน
ทุกอย่างเหมือนจะราบรื่นดี ยายได้ยินข่าวแว่วๆเรื่องเนื้อความในจดหมาย ลาตายของน้าอ่วม
ทำนองว่าจะตาม เอาของที่น้าน้อยรักมาอยู่ด้วย แต่จริงๆบ้านเราไม่มีใครได้อ่านจดหมายฉบับนั้น
แต่คนที่ไได้อ่านแล้ว เขามาเล่าให้ฟัง ทำนองสาบแซ่งน้าน้อย จะตามน้าน้อยไปทุกๆที่
ไม่มีใครแก้ไขอดีตได้ น้าน้อยก็ไแค่ไปวัดทำบุญอุทิศส่วนบุญให้น้าอ่วม
ต่อมาไม่นานนักน้าน้อยท้อง ตอนนั้นน้าพุดอยากออกเรือน เพราะยายแบ่งที่ทำกินให้แล้ว
คนละ 20ไร่ และแบ่งที่ปลูกบ้านให้อีกต่างหากแต่ตอนนั้นยายยังไม่ให้ออกเรือน
เพราะน้าน้อยท้องอยู่ ไว้คลอดแล้วแข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูกค่อยย้าย ตอนนี้ให้อยู่กับยายไปก่อน
แม่ว่าจริงๆแล้วเราจะเกิดก่อนน้อง 13เดือน แต่น้าน้อยคลอดก่อนกำหนด
อายุครรย์เพิ่งได้แค่ 7เดือน น้องเกิดมาเป็นผู้หญิงตัวเล็กมากและตอนคลอดก็ไม่ร้อง
ป้อนนมก็ไม่กินคือนิ่งๆอ่ะ แต่ยังหายใจอยู่ แล้วสักพักน้องก็หายใจรวยริน

พอน้องเริ่มโตประมาณ1ขวบ น้าพุดก็พาน้าน้อยออกเรือนมาอยู่นา
ไกลจากบ้านประมาณ 3กิโลเมตร แต่ก่อนไม่มีรถนะคะ เดินค่ะดินลูกรังแดงๆฝุ่นตลบ
ผ่านป่าผ่านหนองผ่านทุ่งนาอยู่มาเรื่อยๆประมาณ 7-8ปี น้าน้อยท้องค่ะ แกดีใจมาก
ตั้งแต่อยู่กินกับน้าพุด น้าน้อยไม่เคยคุมกำเนิดเลยนะคะ น้าท้องได้ 3เดือนกำลังจะเข้า
เดือนที่4 คืนนั้นน้าน้อยฝันเห็นน้าอ่วม มายืนอยู่หน้าบ้านเหมือนเข้ามาในบ้านไม่ได้
จ้องมองมาที่น้าน้อยตาเขม็ง แล้วอยู่ๆน้าอ่วมก็ยิ้มเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวมาก แล้วอยู่ๆคอก็หัก
พับลงตาถลนออก แต่ปากยังยิ้มอยู่ น้าน้อยสดุ้งตื่นและคืนนั้นก็ไม่กล้านอนต่อ
เช้ามาน้าก็มาเล่าให้แม่เราฟัง แม่เราปลอบน้องว่าไม่มีอะไรหรอก มันก็แค่ฝัน
สายมาหน่อยประมาณ 10โมงกว่าๆ น้องวิ่งมาเรียกแม่เราที่บ้านบอกว่า น้าน้อยปวดท้อง
แม่รีบวิ่งไป ภาพที่เห็นคือ น้านั่งอยู่พื้นห้องน้ำ เลือดท่วมขาเป็นกองๆ
เหม็นกลิ่นคราวเลือดคระครุ้ง แม่รีบพาน้าส่งโรงบาล สรุปเด็กเสียชีวิตแล้วค่ะ
หมอถามว่า “ล้มหรือเปล่า” น้าบอกไม่ได้ล้ม ปวดท้องเข้าห้องน้ำ
พอเดินเข้าไปยังไม่ถึงโถส้วมเลย เลือดก็ไหลออกมาไม่หยุด

หมอตรวจร่างกาย มดลูกก็ปกติ หมอให้พักฟื้นและให้ยาบำรุงมากิน
ปีต่อมาน้าน้อยท้องอีกรอบ เหมือนหนังม้วนเก่าเลยค่ะกำลังจะเข้าเดือนที่4 แท้งอีก
เหมือนว่าพอจะมีเรื่องร้ายๆเกิดกับตัวเอง น้าน้อยต้องฝันเห็นน้าอ่วมทุกๆครั้ง จนพอเราเริ่มโต
จำความได้และรู้เรื่องบ้าง ตอนนั้นเราอยู่ประมาณ ป.6 น้าน้อยมาที่บ้านเราตั้งแต่เช้า
ร้องไห้มาด้วย เราก็งงๆ คือตอนนั้นเราไม่รู้ว่าน้าท้องอีก (3ปี ซ้อน) น้ามีความหวัง
เพราะอยากมีลูกอีก ที่ร้องไห้มาหาแม่ตั้งแต่เช้าเพราะเมื่อคืนฝัน ว่าน้าอ่วมมายืนหัวเราะ
ที่หน้าบ้าน(เหมือนเคย) แม่รีบพาน้าน้อย มาหายายในหมู่บ้านยายเอาที่นอนมาปู
แล้วให้น้าน้อยนอนอยู่เฉย ยายกับแม่นั่งเฝ้าอยู่ตลอด กลัวว่าจะเกิดอะไรไม่ดีกับน้าอีก
แต่แล้วก็เป็นอย่างที่ทุกคนคิด ครั้งนี้น้าไม่ได้ปวดท้องแต่อยู่ดีๆ เลือดก็ไหลออกมาเอง
วินาทีนั้นยายกับแม่ต่างมองหน้ากัน ยายตะโกนให้น้าพุดรีบไปเหมารถ
พาน้าน้อยส่งโรงพยาบาล สรุปวันนั้นก็ไปไม่ทันอีกตามเคย
(บ้านเรากับโรงพยาบาลห่างกัน ประมาณ30กิโลเมตร) น้าน้อยร่ำไห้
หมดหวังแล้ว ด่าสาดเสียเทเสีย “ต้องการอะไร ทำไมต้องจองเวร จองกรรมกู”
ต่อมาน้าให้หมอฉีดยาคุมไว้เลย แกบอกว่าจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจอีก

ผ่านมาอีกหลายปี ตอนนั้นเราอายุ 14ปี น้องลูกน้าน้อย อายุ13ปี
มีโรงงานจะมาเปิดแถวบ้านน้าพุด โรงงานกว้านซื้อที่ดินแถวนั้นเกือบ 100ไร่
และที่ของน้าพุด ก็ติดไปด้วยตอนนั้นเราไม่รู้ว่าน้าพุดมีที่อยู่กี่ไร่ ย่า(แม่น้าพุด)
ขายที่ขายที่ได้เงินประมาณ 3ล้าน แบ่งให้น้าพุดกับน้องสาว คนละราวๆ7แสนบาท
ตอนนั้นน้าพุด กลัวว่าญาติจะรู้ว่ามีเงินก็โกหกพี่น้องว่า ย่าแบ่งให้แค่แสนกว่าบาท
(น้าน้อยกับผัวกลัวพี่น้อง จะไปยืมเงิน) เหมือนว่าทุกอย่างจะดี มีเงิน มีทองมากมาย
น้าพุดเอาเงินไปซื้อวัวมาเลี้ยงฝูงใหญ่ ลงทุนไปประมาณ 140000บาท
เลี้ยงไปได้ประมาณปีกว่าๆ น้าพุดอย่ากไปทำงาน เมืองนอก (มีนายหน้ามาติดต่อ)
ได้ขายวัวฝูงนั้นในราคาแค่ 60000 บาท แบบว่าขาดทุนย่อยยับ มีคนในหมู่บ้าน
ที่จะไปต่างประเทศพร้อมกัน 7คน ทำเรื่องอยู่นานถ่ายรูปโน่นนี่นั่น อยู่หลายอาทิตย์
ละนายหน้าก็มาเก็บเงินก่อน คนละประมาณ 1 แสนกว่าบาท และแล้ว
นายหน้าก็ หาย ไปกับสายลมแสงแดด (โดนต้ม)

ในปีเดียวกัน เงินก้อนที่ขายที่ได้ น้าพุดเอามาซื้อรถไถแบบเดินตาม
จอดไว้ไต้ถุนบ้าน “หาย” ยายเริ่มจะไม่ไหวพาน้าน้อยกับน้าพุด ไปดูดวงกับพระ
พระท่านบอกแค่ว่า “เขายังไม่ได้ ไปไหนนะโยม”
“มันยังไม่ถึงฆาติของเขา เขายังไปผุดไปเกิดไม่ได้ เขาจึงยังคงวนเวียนไม่ไปไหน”
จริงๆแล้ว ยายเองก็ไม่รู้ว่าจะแก้ยังไง เพราะเราเองนับถือหมอธรรม ไม่ใช่หมอผี
แค่รู้ว่าเขาเข้าใกล้เราไม่ได้ ทำร้ายเราชึ่งๆหน้าไม่ได้ ก็ดีถมเถแล้ว
จริงๆแล้วเหมือนกับรู้แค่ว่าเขายังวนเวียนไม่ไปไหน (นานๆมาที พร้อมเหตุร้าย)
2ปีต่อมา น้องลูกสาวคนเดียวของน้าน้อยหนีตามผู้ชาย ฝ่ายเราก็ไปลากผู้ชายมารับผิดชอบ
ตกลงว่าเขาจะมาแต่ง พอถึงวันนัดฝ่ายชายไม่มา อายชาวบ้านเขา2เท่าเลย
น้าน้อยกีดกันน้องกับผู้ชายคนนั้น น้าน้อยพาน้องหนีมา กทม. อายที่จะยู่จุดๆนั้น
พากันมาค้าขายทั้งครอบครัวอยู่ได้สักพัก น้องก็แอบหนีไปหาผู้ชายคนนั้นอีก

เริ่มก้าวยุกค์ที่มีมือถือ ทุกๆอย่างจึงดูง่ายไปหมด น้าน้อยฝืนลูกสาวไม่ได้
จึงยอมให้ฝ่าย ชายมาอยู่กินกับลูกสาว โดยที่ไม่ได้ตกแต่งตามประเพณี
น้าพุดรับไม่ได้ เกรียจขี้หน้าลูกเขยและพ่อแม่ฝ่ายชาย จึงขอเลิกกับน้าน้อยต่างคนต่างอยู่
น้าน้อยกับน้องช่วยกันค้าขาย เหมือนจะดีขึ้นใช่ไหมคะ แต่เปล่าเลยปี2554
น้องท้อง เป็นธรรมดามีผัวก็ต้องท้องได้ น้องยังออกไปค้าขายปกติ
น้าน้อยเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อมาขายบ้าน อ้างกับยายว่าบ้านหลังนี้มีอะไรแปลกๆ
ยายก็ไม่ขวางยอมให้ขาย อยู่บ้าน 2-3วัน น้าก็กลับ กทม. นั่งรถทัวร์กลับค่ะ
คืนนั้นขณะ ที่หลับอยู่บนรถ น้าน้อยฝันว่าคนที่นั่งข้างๆคือน้าอ่วม นั่งหันหน้ามาทางน้าน้อย
ตลอดเวลาหลายปีที่เคยฝันเห็น เขาจะไม่เคยพูดเลยแต่คืนนี้บนรถทัวร์
“เมิงหนีกูไม่พ้นหรอก” น้าน้อยสะดุ้งเฮือก จ้องคนที่นั่งข้างๆ ตาไม่กระพริบ
คิดในใจไม่ใช่แล้ว น้ารีบโทรหายายกลางดึกคืนนั้นเลย ทุกๆคนพอรู้ก็ต่างตกใจ
คนที่น่าห่วงที่สุด ตอนนี้ คือ”น้อง”

เล่าเรื่องผี คำสาปแช่งจากผีตายโหง

อย่างที่ทุกๆคนคิดไว้เลยค่ะ สายๆของวันต่อมาอยู่ๆ น้องเกิดปวดท้อง
แฟนน้องพาไปหมอที่ศิริราช หมอฉีดยากันแท้ง และคอยดูอาการเป็นระยะๆ ยื้อได้ค่อนวัน
เย็นของวันนั้นหมอบอกว่า หัวใจเด็กเต้นอ่อนมากๆ โอกาศรอดแทบไม่มี
ที่ยั้งยื้อไว้ได้ขนาดนี้ เพราะมาถึงมือหมอเร็วทันท่วงที สุดท้ายหมอเอาเด็กออกและขูดมดลูก
ในปี2554-2555 น้าน้อยขายที่มรดก ที่ยายยกให้จนหมด ที่ตรงนั้นยังเป็น สปก
ราคาจึงถูกมาก ยายพยายามห้ามแล้วแต่ก็เกินจะฉุด ราคาที่น้าขายทั้งหมด รวมๆบ้านด้วย
ได้ราคาราวๆ 1500000บาท ซึ่งจริงๆแล้วถูกมากนะคะ น้าทยอยขายทีละแปลงเรื่อยๆจนหมด
ตอนนี้เจ้าของที่ดินตรงนั้นก็ถือหลายมือค่ะ ทุกๆคนต่างมีสัญญาชื้อขายในมือแต่ใบ สปก
อยู่ในธนาคารค่ะ ติดหนี้ ธกส อีก 300000บาท ยายมารู้ทีหลังว่าน้าติดการพนัน
ก็ตอนที่น้าน้อย หมดสิ้นทุกอย่างแล้ว พี่น้องที่เคยช่วยเหลือตอนนี้หันหน้าไปทางไหน
ก็เจอแต่ทางตัน 2556 น้องท้องอีกรอบ ยายไปวัดป่าประจำหมู่บ้านบนบานว่า
ถ้าหลานคนนี้เกิดมาปลอดภัย แข็งแรงสมบูรณ์ ยายจะมาบวชชีแก้บน 3เดือน

สรุปว่าได้เลี้ยงค่ะ ยายก็ไปแก้บนตามระเบียบ ส่วนน้าน้อยตอนนี้ชีวิตเหมือนเดินถอยหลัง
ทีละก้าวๆ ติดหนี้รายวันที่บ้านนอก กลับบ้านก็ไม่ได้กลัวเจ้าหนี้ฆ่าทิ้ง
แรกๆแม่เรากับน้าๆก็ช่วยนะคะ แต่หลังๆนี่เริ่มไม่ไหวเหมือนได้ใจว่าเดี๋ยวพี่น้อง
ก็ต้องยื่นมือเข้าช่วย ปี2557 น้าน้อยทะเลาะกับลูกเขย อยากจะให้ลูกช่วยใช้หนี้ที่ตัวเองก่อ
ลูกเขยแกจึงพาน้องหนีไปตั้งหลักปักฐานที่ จ.อื่น โดยที่น้องเองก็เลือกผัวไม่สนใจว่า
คนเป็นแม่จะอยู่กินยังไง คือทิ้งไปเลยไม่ติดต่อไม่มาหา คงเพราะน้าน้อยไม่มีมรดก
ตกถึงมือลูกเค้าเลยไม่คิดจะเลี้ยงดู ตอนนี้น้าน้อยก็ตัวคนเดียว หันหน้าไปทางไหน
ก็มืดไปหมด ส่วนเราเองก็แอบช่วยบ้าง เวลาที่แกไม่มีจะกิน (พ่อเราห้ามยุ่งกับน้าน้อยค่ะ
เพราะไปอยู่ที่ไหนเดือดร้อนที่นั่น ต้องมีเรื่องให้ทุกข์อกทุกข์ใจตลอด)
เรื่องราวเล่ามาจนถึงปัจจุบันแล้วค่ะ ไม่เห็นหน้ากลัวเลยเนาะ สิ่งที่มองไม่เห็นสัมผัสไม่ได้
ก็ใช่ว่าจะไม่มีนะคะ บางทีน้าอ่วมอาจจะยังรอน้าน้อยอยู่ก็ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/33730104

Categories
สถานที่หลอน เรื่องหลอน

เล่าเรื่องหลอน ห้องสุดท้าย!!

เรื่องมีอยู่ว่าผมเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปโน้นนี้นั้นเรื่อยเปื่อยแต่เมื่อวันที่05/06/60
ผมเข้าไปหาเพื่อนที่อยู่กรุงเทพ ผมก็ไปหาเพื่อนคนนี้อยู่เรื่อยๆ
แต่วันนี้ต้องเปลี่ยนไป กลายเป็นวันที่น่าจดจำมากที่สุดในชีวิต
***เวลาประมาณ 4ทุ่ม โดยประมาณผมก็ออกไปหาที่ถ่ายรูปสวยตามสไตล์
จนไปถึงสะพานพระราม9 ในขณะที่ผมถ่ายรูปอยู่ก็บังเอิญไปเจอหญิงสาวคนนึง
หน้าตาน่ารักประมาณนึงผิวขาวนวลๆ ผมสั้นใส่แว่นสะพายกระเป๋ายืนอยู่(เสปคเลย)
ก็เลยเข้าไป สนทนาด้วยสักพัก แล้วน้องเข้าก็บอกว่าจะกลับหอแล้ว

ผมเลยถามไปว่าแล้วกลับยังไงล่ะครับ ให้ผมไปส่งใหมแล้วเขาก็ให้ผมไปส่งจากนั้นพอถึงหอ
ผมก็ไม่ได้ถามอะไรมากมายครับก็เลยพูดแค่ว่าพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันไหมเดี่ยวผมมารับ
ผมมาจากต่างจังหวัดไม่ค่อยมีเพื่อน ^^ เขาบอกว่าโอเครค่ะ มาถึงแล้วก็ไปเคาะประตูห้องนะ ห้อง115
***พอสายๆประมาณ 4โมงเช้าผมก็ไปหาเธอที่หอตามสัญญา แต่หอต้องใช้คีย์การ์ดเข้าภายในตึก

ผมก็เลยเดินไปหาที่เค้าเตอร์ แล้วบอกพี่เข้าว่ามาหาเพื่อนห้อง 115ครับ พี่เข้าก็ทำหน้าเหว่อ หน้างง
เขาก็ย่ำถามผมนะว่าห้อง 115 จริงหรอ น้อง ใช้หรือป่าวววว ผมก็ยืนเถียงกับพี่เค้าอยู่นานพอสมควร
จนพี่เขาทนไม่ไหวบอกผมว่า มาไอน้องมานี้พี่จะให้ดูกล้องวงจรปิด มากี่โมง 5ทุ่มกว่าครับ
พี่เขาเปิดให้ดูหาจนเจอผมแต่ที่น่าตกใจคือ ผมมาคนเดี่ยว แต่ผมก็เหมือนเดินคุยกับใครอยู่

ผมร้องอย่างดังเลย เ-ี้ย อะไรว่ะ แล้วยืนจ้องหน้ากับเจ้าของหอแล้วเงียบกริบหน้าเหว่อๆ
**แล้วอีกอย่างเจ้าของหอบอกว่าที่หอพักแต่ล่ะชั้นมีแค่ 10 ห้องเอง ไม่มีชั้นไหนหรอกที่มี 15 ห้อง**

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/36548244

Categories
เรื่องหลอน

7 อันดับ เรื่องผีๆ สุดหลอน

วันนี้เรามาจัดอันดับ เรื่องผีๆ ในเว็บ mthai ที่น่ากลัวสุดและหลอนสุด
หลายๆคนคงเคยอ่านเรื่องผีในเว็บกันมาแล้ว แต่อาจยังไม่เจอเรื่องผีที่หลอนจนพอใจ
งานนี้เราจึงมาจัดอันดับ เรื่องผีๆสุดหลอน ให้อ่านกัน 7 อันดับ เรื่องผีๆ สุดหลอน

อันดับที่ 1 รถไฟสยองกลางป่า

เรื่องราวความหลอน ของลูกชายติดพ่อที่ชอบตามพ่อไปทำงานด้วย ซึ่งในวันนั้นเจ้าตัว
ได้ตามพ่ออกไปทำงาน บนรถไฟด้วย งานนี้มีไปกันอยู่สามคน มีเพื่อนของพ่อมาอีกคน
ทั้งสาม ติดรถไปกับขบวนส่งสินค้า จนช่วงตี2 หัวจักรเสีย ต้องจอดรอเปลี่ยนใหม่
ตอนนั้นรถจอดรอหัวรถจักร กลางป่ามืดๆ เจ้าตัวเดินไปท้ายขบวน มองไปรอบๆ
ไม่มีไฟ ไม่มีบ้านคน จนกระทั้งหันไปเห็นแสงไฟจากรถไฟอีกขบวน วิ่งเข้ามา
เจ้าตัวมองเข้าไปในตู้โบกี้ เห็นเป็นคนนั่งหันหน้ามองกันและกัน จ้องหนัากันอยู่
แต่เมื่อมองไปซักพัก ผู้โดยสารเหล่านั้นเริ่มหันมามอง ที่เจ้าตัวพร้อมกัน
ต่อมาทุกคนเริ่มยิ้มให้ผมแต่ปากของแต่ละคนค่อยๆ กว้างขึ้น กว้างขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบถึงใบหู

อ่านเรื่องเต็มที่ : https://shock.mthai.com/scare-shock/7911.html

อันดับที่ 2 ใครในห้องของอีแป้ง

ประสบการณ์หลอนของสาวที่ไปเที่ยวหอเพื่อน ซึ่งเพื่อนก็มีรูมเมทอยู่ด้วย
รูมเมทคนนี้มักมีปัญหาทะเลาะกับแฟน พอทะเลาะแล้วก็ชอบนอนอยู่ในห้อง
เมื่อสาวคนนี้ออกไปเที่ยวกับเพื่อนที่มาหา ก็ปล่อยรูมเมททิ้งไว้ที่ห้อง
ขากลับ จะเข้าห้องก็เข้าไม่ได้ กุญแจก็ไม่มี เรียกเพื่อนก็ไม่ตอบ แต่มีเสียงคนเดินอยู่ในห้อง
โทรไปก็มีเสียงโทรศัพท์ในห้อง แต่ไม่มีคนรับ เพื่อนที่เป็นเจ้าของห้องเลยจะปีนเข้าไป
จากระเบียง แล้วให้หญิงสาวลงไปขอกุญแจสำรอง เมื่อลงไปกลับเจอรูมเมท
ส่วนเจ้าของห้อง เมื่อปีนจะเข้าไปกลับพบเจอ ผู้หญิงตัวสูงผมยาว
หันมายิ้มฉีกปากกว้างสีแดง นัยตามีแค่สีขาว 7 อันดับ เรื่องผีๆ สุดหลอน

อ่านเรื่องเต็มที่ : https://shock.mthai.com/scare-shock/7643.html

อันดับที่ 3 แท๊งค์น้ำสยอง

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่หอพักแห่งหนึ่ง หนุ่มเจ้าตัวชื่อวิทย์ซึ่งเขาก็พักอยู่กับเพื่อน วันนั้นวิทย์
หลังเลิกเรียนจะไปเตะบอลกับเพื่อน แต่เพลียจึงกลับมาก่อน ก็เข้าไปอาบน้ำ
ระหว่างที่อาบน้ำจู่ๆ ก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าปะปนกับกลิ่นแชมพูจน เอะใจ แต่ก็อาบน้ำต่อไป
แล้วจังหวะที่จะออกจากห้องน้ำ ก็เห็นรูระบายน้ำ มีเส้นผมกระจุกใหญ่อุดอยู่
วิทย์ก็เอามือไปดึงกระจุกผมนั้นออกมา มันก็ทั้งยาวและเยอะมาก พอดึงออกมาหมด
วิทย์ส่องไปที่รูระบายน้ำ ปรากฏว่าเห็นดวงตาคู่ใหญ่กำลังจ้องวิทย์อยู่

อ่านเรื่องเต็มที่ : https://shock.mthai.com/scare-shock/7489.html

Categories
สถานที่หลอน เรื่องหลอน

สยองชั้น2ในตึกโรงพยาบาล

ผมเคยเจอที่ รพ แถวบางพลี คือตอนนั้นแฟนผมท้อง  ก็พักฟื้นที่ห้องพิเศษ ที่ชั้น4
แต่ผมเป็นคนติดบุหรี่ จัด จึงชอบ กดลิฟท์ ลงมาสูบที่ชั้น2 บ่อยๆ เล่าเรื่องผี

จนวันที่2 ผมก็ทำแบบเดิมอีก แต่พอตอนขากลับนี้สิครับ ผมก็ขึ้นลงคนเดียวปกติ
ไม่มีอะไรพยายามไม่นึกถึงผี ตอนนั้นผมก็กด ที่ชั่น4 ในลิฟท์มีผมคนเดียว
แต่จู่ๆลิฟท์กลับจอดที่ชั้น2 ไอ้เราก็นึกว่ามีคนกด ก็ไม่เอะใจอะไร

แต่พอเปิดแค่นั้นแหละ เชี่ยแม่รง!!! ปิดแทบไม่ทัน  ทั้งชั่นปิดไฟมืดหมด
ไม่มีแม้แต่ไฟทาง แล้วใครมันจะกด ขึ้นมาได้ก็ นั่งคิดอยู่นานว่า
หรือจะมีคนกดแต่ลิฟท์อีกฝั่งนึงเปิดเลยขึ้นไปก่อนแล้ว แต่แปลกตรงที่มืดแบบนั่น

ใครจะไปรอลิฟท์ พอคิดก็เครียดเลยอยาก บุหรี่อีกแต่ก็คงไม่กล้าลงไป
เลยเอาวะแอบดูดตรงบรรไดหนีไฟเนี้ยแหละ ดึกแล้วไม่มีใครเห็นหรอก
นั่งสูบไปได้ครึ่งมวน ได้ยินเสียงเหมือนคนร้องให้ช่วย จากข้างล่าง ก็คิดในใจว่าหูแว่ว

สักพักได้ยินอีกพร้อมเสียงเขย่าประตูหนีไฟข้างล่าง เลยดับบุหรี่แล้วกะจะวิ่งเข้าห้อง
แต่พยาบาลเดินมาพอดีถามว่ามีอะไรหรอค่ะ  ผมบอกไม่รู้ครับได้ยินเสียงร้องให้ช่วย
สักพักเสียงคนวิ่งขึ้นมา ผมกับพยาบาลสดุ้งแทบวิ่ง  เป็นผู้หญิงไวกลางคนครับ!!

ร้องไห้ไป หอบไป  พยาบาลเลยเอายาดมมาให้ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาบอกว่าขึ้นลิฟท์จะมาชั้น4 แต่มันเปิดที่ชั้น2 เขานึกว่าถึงแล้วเลยเดินออกไป
เขามัวแต่ถือของเลยไม่ได้มองชั้น พอออกไป มืดทั้งชั้น กำลังจะหันกลับลิฟท์ดันปิด

เค้าเลยวิ่งมาบันไดหนีไฟ เพื่อที่จะขึ้นมาชั้น 4 แต่ประตูล็อค เขย่าแหละเรียกอยู่นาน
จนสุดท้ายทีบประตูจนหลุดแล้ววิ่งขึ้นมา (เล่าซะนานเลย ไม่มีผีซะงั้น)
แต่ว่าใครเป็นคนกดที่ชั้น2 นี้แหละปัญหา ตั้งแต่นั้นมาเลิกขึ้นลิฟท์คนเดียวอีกเลย

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://pantip.com/topic/35586859

Categories
สิ่งของหลอนๆ เรื่องหลอน

คุณลุงขี่จักรยาน ชวนหลอน

เรื่องมันมีอยู่ว่า… ลุงเขามาปั่นทุกวันแต่เราก็ไม่เคยทัก ชื่อแกก็ไม่รู้ แต่จำลุงได้ดี
เพราะแกจะใส่เสื้อคอกลมสีขาวกับกางเกงขาสั้นตลอด คุณลุงขี่จักรยาน ชวนหลอน

…สมัยตอนที่เรา ยังเรียนอยู่ม.ปลาย(วัยใส) มีอยู่วันนึงเรากลับมาถึงบ้าน
ประมาณเกือบ 6 โมงเย็น จำได้ว่ากำลังจะเดินเข้าบ้านแต่เหลือบไปเห็นลุง
คนที่แกชอบมาปั่นจักรยานแถวนี้ตอนเย็นๆประจำเดินผ่านไป

ลุงเขามาปั่นทุกวันแต่เราก็ไม่เคยทัก ชื่อแกก็ไม่รู้ แต่จำลุงได้ดี
เพราะแกจะใส่เสื้อคอกลมสีขาวกับกางเกงขาสั้นตลอด

ทีแรกเราก็คิดว่าแปลกดีที่วันนี้แกเดินมา เพราะปกติแกจะปั่นจักรยานสีแดง
พอเรามองลุงแก แกก็มองกลับแต่ก็ไม่ได้ทักกัน…

…พอเดินเข้าไปในบ้าน ก็ได้ยินยายกับแม่กำลังคุยกันเรื่องลุง(จำชื่อไม่ได้แล้ว)
ว่าแกเสียแล้ว เราไม่รู้จักเลยถามแม่ว่าใคร

เรา : ลุง(?) คือคนไหน…?
แม่ : อ้าว! ก็คนที่แกชอบมาปั่นจักรยานแถวบ้านเราไง..
เรา : ที่แกตาบอดข้างนึงอ่ะนะ?
แม่ : ใช่คนนั้นแหละ
เรา : เสียเมื่อไหร่?
แม่ : สองวันล่ะ..เนี่ยป้า?(ญาติลุง) เอาซองมาให้แม่

ประเด็นคือ!!!!!!   …ลุงที่ตาบอดกับลุงคนที่เราเห็นตะกี้คือคนคนเดียวกันไงงง!!!!
และถ้าแกเสียมาสองวันแล้ว …ลุงที่เราเห็นตะกี้คือ?..!!!!!!  ใช่…ใช่ม่ะ…

ตอนนี้ เรากลับมานั่งคิดเล่นๆว่า ถ้าเกิดวันนั้น ทักลุงแกไปจะเป็นยังไงนะ…???
(จะเป็นยังไงเล่าปัดโธ่!!!..ไม่ทักไปน่ะ น่าจะดีแล้วล่ะมั้ง)

Categories
สถานที่หลอน เรื่องหลอน

เรื่องผีสุดน่ากลัว เกือบโดนผีปล้ำที่พังงา

เรื่องผีน่ากลัวนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2559 ตอนนั้นผมเรียนอยู่ปี4 มหาลัยหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ช่วงปี4 ผมต้องออกฝึกงาน ผมเรียนการท่องเที่ยว ผมกับเพื่อนได้แสวงหาที่ฝึกงานกัน จนมาได้ที่ฝึกงาน เป็นบริษัททัวร์ดำน้ำที่พังงา เกาะสิมิลัน เรื่องผีสุดน่ากลัวเกือบโดนผีปล้ำที่พังงา

เมื่อใกล้ถึงเวลาฝึกงาน ผมกับเพื่อนอีกหนึ่งคนก็ได้เดินทางไปจังหวัดพังงาแต่ต้องลงเครื่องที่ภูเก็ต แล้วเจ้าของบริษัททัวร์ก็มารับไปพังงา พาไปส่งที่บ้านพักใกล้บริษัท ที่ทางเจ้าของเช่าไว้ให้ วันรุ่งขึ้นผมกับเพื่อนก็ได้เริ่มฝึกงานโดยทางเจ้าของได้มารับไปที่ฝึกงานตามปกติ พร้อมกับเด็กฝึกงานอีก3คนต่างสถาบันกันเป็นผู้หญิง

เย็นวันนั้นทางเจ้าของได้เข้ามาคุย ว่าขอให้แลกบ้านกับพวกผู้หญิงเพราะบ้านของพวกผู้หญิงอยู่ไกลและเปลี่ยวมาก พวกผมก็โอเคหลังจากจากย้ายเสร็จคืนนั้นก็นอนตามปรกติ สักพักประมาณตี3 ผมก็ได้ยินเสียงคนเดินรอบบ้านเป็นระยะ แต่ก็ไม่คิดอะไรมากคิดว่าเป็นคนเดิน คืนนั้นก็ไม่มีอะไร จนเช้าก็ไปฝึกงานปกติ

เย็นนั้นมีข่าวดีคือต้องย้ายบ้านอีกแล้ว เพราะมีนักศึกษาฝึกงาน มาจากต่างสถาบันเพิ่มอีกสองคนเป็นผู้ชาย เจ้าของได้เช่าบ้านหลังใหญ่ให้ ให้อยู่กัน 4คน ผมกับเพื่อนก็ได้ย้ายมาบ้านหลังนี้ ถึงจะเป็นบ้านหลังใหญ่ แต่ก็มีแค่1ห้องนอน ทำให้ผมกับเพื่อนต้องนอนข้างนอก แต่ผมกับเพื่อนก็ไม่ซีเรียสอะไร อยู่บ้านหลังนี้มาประมาน10วัน

เรื่องผีสุดน่ากลัวเกือบโดนผีปล้ำที่พังงา

คืนนั้นหลังจากฝึกงานเสร็จก็กลับมาอาบน้ำนอนตามปกติในขณะที่กำลังหลับอยู่นั้น ก็เกิดอาการเหมือนฝันเปียก รู้สึกเหมือนโดนเล้าโลมโดยใครบางคน บอกตรงๆตอนนนั้นฟินมาก แล้วผมก็สะดุ้งตื่นแต่สิ่งที่กำลังเล้าโลมผมมันยังคงทำอยู่
ผมตกใจมากตอนนั้นคิดอยู่อย่างเดียวว่าเด็กฝึกงานที่มาใหม่
ต้องมีใครเป็นเกย์แน่นอน ช่วงนั้นปากของคนที่กำลังเล้าผมเริ่มมาถึงคอ
ยังเล้าไม่หยุด ผมจะหันไปด่าแต่หันไม่ได้ตัวขยับไม่ได้ นาทีนั้นผมรู้แล้วว่าไม่ใช่คน

ผมพยายามท่องนะโม ท่องคาถาที่เคยอ่านเจอในหนังสือมนต์พิธี
จนสุดท้ายก็หลุดมาได้ เช้าวันนั้นผมก็ยังไม่ได้เล่าให้ใครฟัง
เรื่องก็ผ่านมาประมาณ 5วัน คืนนั้นมันมาอีกแล้ว แต่คราวนี้มันมาเหยียบขาผม
สลับเปลี่ยนมาเหยียบหน้าอก และแขนซ้าย ในขณะที่โดนเหยียบแขนซ้ายอยู่นั้น

ผมก็เห็นเป็นขาคนโดยใส่ชุดสีขาว ยาวถึงตาตุ่ม นาทีนั้นผมเจ็บมาก
เลยนึกท่องคาถาเดิม ที่เคยท่อง ในขณะกำลังท่องอยู่ ผู้หญิงคนนั้นได้โน้มตัวลงมา
ผมยาวจนปิดหน้าผม มันมาพูดข้างหูผมว่า คาถานี้กูไม่กลัวหรอก พร้อมหัวเราะเบาๆ นาทีนั้นความกลัวผมหายไปหมด เหลือแต่ความโมโห จึงภาวนาว่าขอให้
บุญบารมีของแม่ช่วยคุ้มครองผมด้วย สักพักก็หลุดมาได้

ตอนเช้าผมได้บอกและเล่า เหตุการณ์ทุกอย่างให้เพื่อนฟัง
แล้วบอกว่าวันนี้ไปทำงานไม่ไหว หลังจากโทรเล่าให้แม่ฟัง
แม่ผมก็บอกจะส่งหลวงปู่ทวดมาไว้ห้อยคอ และให้ผมไปทำบุญที่วัด
ในขณะที่ไปทำบุญที่วัด ก็เจอพระรูปหนึ่ง ซึ่งผมยังไม่ได้เล่าอะไรให้พระฟัง

ท่านก็พูดขึ้นมาว่า มีเวลามาห่มผ้าขาว แล้วนอนวัดสักคืนไหม ทำผมขนลุกไปหมดทั้งตัว แต่ผมปฏิเสธไป หลังจากนั้น ก็ห้อยพระที่แม่ส่งมาให้ จากนั้นก็ไม่เจออะไรอีก
หลังจากนั้นไม่นาน รุ่นพี่ที่ฝึกงานคนหนึ่งบ้านอยู่ตรงข้ามกันได้โทรหาผมช่วงประมาณตี2แล้วบอก คืนนี้ขอนอนด้วย พอผมไปเปิดประตุให้ พี่เขาก็ทำหน้าตื่นเต้น ตื่นๆ
และเล่าให้ผมฟังว่า หลังจากที่เขาไปซื้อของกลับมากำลังเอารถรถจอด
พี่เขาเห็นผู้หญิงผมยาวใส่ชุดสีขาวยาวถึงตาตุ่มเดินทะลุเข้าประตูบ้านเขาไป
เลยขอมานอนกะผม หลังจากนั้นผมก็ไม่เจออะไรอีกเลยจนกระทั่ง
ฝึกงานเสร็จก็กลับกาญจนบุรี แต่เด็กต่างสถาบันอีกสองคนยังเหลืออีก10วัน

และโทรมาเล่าให้ผมฟังว่าย้ายออกมานอนข้างนอกที่ผมนอน เพราะในห้องมันร้อน นอนๆอยู่ก็มีคนมาเคาะประตูแต่ไม่กล้าเปิดเพราะมันดึกแล้ว แต่เห็นได้จากช่องใต้ประตูว่าเห็นเป็นขาคนนุ่งผ้ายาวถึงตาตุ่มยืนอยู่หน้าประตู
ซึ่งผมคิดว่าหน้าจะเป็นคนเดียวกัน นั่นทำให้ผมสบายใจว่า
ผี ไม่ได้ตามผมกลับมาบ้าน ลืมบอกไปว่าแปลกมากทุกๆวันที่ผมกลับจากที่ฝึกงาน
ทุกเย็นจะมีเส้นผมของผู้หญิงกองอยู่บนที่นอนเต็มไปหมด เป็นยังงี้ทุกวัน
และอีกอย่างสถานที่ตรงนั้นก็เป็นที่ๆเคยโดน สึนามิ
นี่เป็นเหตุการณ์การเจอผีที่ชัดเจนสำหรับผม ตั้งแต่เคยเจอมา ขอบคุณ

Categories
สถานที่หลอน เรื่องหลอน

เรื่องผีเขาชนไก่ หลอนหน้าห้องน้ำ

เรื่องผีเขาชนไก่หลอนหน้าห้องน้ำ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาครับ
ผมได้เรียน รด.มาจนถึงปี3และต้องไปฝึกภาคสนามที่เขาชนไก่
เป็นเวลา5วัน4คืนครับ การฝึกเป็นไปได้ด้วยดีครับ เหนื่อยมาก
คิดถึงคนที่บ้านมาก คิดถึงเตียงนุ่มๆที่บ้าน คิดถึงอากาศปลอดโปร่ง
เพราะที่นี่ฝุ่นเยอะมากจนจามออกมาน้ำมูกเป็นสีดำเลยครับ

การฝึกดำเนินไปจนถึงวันที่4 ซึ่งเป็นวันที่เหนื่อยที่สุด เพราะต้องเดินเท้า
9-10กิโล เพื่อไปฐานต่างๆ จนได้เจอกับสุดยอดครูฝึก “จ่านรก”ครับ
ก็ฝึกกันไปหมอบคลานตามเรื่องตามราว จนฝึกเสร็จ กลับไปที่กองพัน
ทุกคนเพลียมากแต่ก็ได้รับอนุญาติให้อาบน้ำได้สบายใจ เล่าเรื่องผี

เรื่องมันเริ่มมาจาก เต๊นท์นอนของผมนั้นอยู่ในโซนที่จะต้องเป็นเวรยาม
ในวันนั้นพอดีซึ่งเป็นเวลาตี3-ตี4ครับ
ผมก็นอนก่อนเลยตอน5ทุ่มผลัดก่อนหน้าก็มาปลุกตอนตี2กว่าๆ
ผมจึงต้องลุกขึ้นไปเฝ้ายามครับ
ปกติแล้วเขาจะแบ่งเป็นคู่ในการเฝ้า1ที่ แต่ เพื่อนผมนั้น
ต้องจัดของจัดกระเป๋าจึงบอกให้ผมล่วงหน้าไปก่อน

ผมก็ต้องไปเฝ้ายามคนเดียว จะเรียกว่าซวยหรืออะไรไม่รู้
แต่ผมต้องไปเฝ้าหน้าห้องน้ำ ซึ่งมืดและดึกแล้ว วังเวงโคตรๆ
ผมก็ยืนไปสักพักนึกขึ้นมาได้ จ่านั้นได้กำชับมาว่า
“พื้นห้องน้ำต้องสะอาดห้ามมีรอยเท้าแม่แต่นิดเดียว” ผมก็หันไปมอง
เช็คในห้องน้ำ มันก็มีรอยเท้าอยู่คู่นึงดูจากรอยแล้ว
ก็น่าจะเข้าห้องส้วมห้องแรกพอดี ผมก็ต้องเช็คว่ามีใครอยู่ในห้องนั้นหรือเปล่า
จะได้รอเขาออกมาแล้วเช็ดถูทีเดียว เพราะตี4แล้วคงไม่มีใครมาใช้ต่อ
“เข้าห้องน้ำอยู่ป่าวครับ” นี่คือสิ่งที่ผมตะโกนไป “ครับ”
เสียงตอบกลับจากคนในห้องน้ำ

ผมก็ยืนรอหน้าห้องน้ำไปเรื่อยๆ รอแล้วรอเล่า20นาทีแล้ว
จนเพื่อนที่เก็บของมา มาพร้อมรองเท้าแตะที่จะใส่
เข้าไปทำความสะอาดได้โดยไม่เปื้อนพื้น
แต่ผมก็ไม่ได้เอะใจเรื่องคนในห้องน้ำอะไรเพราะคิดว่าวันสุดท้าย
เขาอาจจะถ่ายหนักอยู่

ผมจึงให้เพื่อนเข้าไปทำความสะอาดข้างใน สมมุติว่าเพื่อนผมชื่อ ตี๋
“ตี๋ถูห้องอาบน้ำก่อนเลย” มันก็เข้าไปถูส่วนผมก็ยืนเฝ้าข้างหน้า
จนตี๋มันถูห้องอาบน้ำเสร็จมันก็มาถามผม “ห้องส้วมต้องถูด้วยป่าว”
ผมก็ตอบ “เออ แต่รอคนห้องแรกเขาเข้าเสร็จก่อนนะ”
ไอตี๋ก็งง ถามผมว่า “ห้องไหนกูเดินเข้าไปดูไม่เห็นจะมีห้องไหนปิดประตูซักห้อง”

ผมก็งงครับและหันไปมองห้องน้ำห้องนั้น ปรากฏว่าประตูมันเปิดอยู่..
ผมก็งงและดูที่รอยเท้า รอยเท้าก็มีเพียงแค่รอยเท้าที่เดินเข้าไป แล้ว..
เขาออกมาตอนไหน.. ซึ่งผมดูแล้ว มันมีทางออกเดียวแน่นอน
ซึ่งผมก็ยืนอยู่ตลอดและจะปีนออกก็ไม่ได้แน่นอน และรอยเท้าก็มีแค่รอยเดิม
ที่เป็นรอยเข้า แต่ไม่มีรอยที่เดินออกเลย.. แล้วเสียงครับที่ได้ยิน
รอยเท้าที่มีแค่เข้ามันคืออะไร.. ผมก็เลยไม่พูดอะไรครับ
เพื่อนก็ล้างห้องน้ำเสร็จ ผมก็ยืนขนลุกอยู่หน้าห้องน้ำ รอบๆก็เป็นป่ามืดๆอีก 

ก็มีเท่านี้แหละครับ เรื่องที่ผมเจอมาขอให้น้องๆปีนี้
ที่ไปเขาชนไก่ เดินทางปลอดภัย สุขภาพแข็งแรงกันทุกคนครับ